‘ธนาธร-2บิ๊กอนาคตใหม่’ เลื่อนพบปอท.ปมไลฟ์เฟซบุ๊กผิดพ.ร.บ.คอมพ์ เป็น17ก.ย.

24.08.18 | 11:48 น.

“ธนาธร-2 บิ๊กอนาคตใหม่” เลื่อนพบ ปอท.ปมไลฟ์เฟซบุ๊กผิด พ.ร.บ.คอมพ์ เป็น 17 ก.ย. แจงเหตุออกหมายเรียกกระชั้นชิด-ติดภารกิจพบปะประชาชน

สืบเนื่องจากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมด้วย นายไกลก้อง ไวทยาการ นายทะเบียนสมาชิกพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อกล่าวหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) นำเข้าข้อมูลเท็จ อันน่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือสร้างความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมาย ภายหลังนายธนาธรและแกนนำพรรค ได้กล่าวถึงประเด็นการดูด ส.ส.ในเฟซบุ๊กไลฟ์รายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” บนแฟนเพจของพรรค เมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถาม น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ทราบว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทนายความของนายธนาธรได้นำเอกสารมาขอเลื่อนวันเข้ารับทราบกล่าวหาออกไปเป็นวันที่ 17 กันยายน ทั้งนี้ เนื่องจากมีการออกหมายเรียกกระชั้นชิดซึ่งนายธนาธรติดภารกิจต้องเดินทางไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ อย่างไรก็ตาม การขอเลื่อนเข้าพบตามหมายเรียกเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมาย คสช.ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธรและแกนนำพรรคในข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. ในฐานะรองโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า นายธนาธรได้ทำหนังสือมอบอำนาจกับทางทนายความมาแจ้งว่าติดภาระงาน ไม่สามารถเข้าพบได้ตามกำหนดวันนี้ ซึ่งได้ระบุวันเข้าพบใหม่ไว้ชัดเจนเป็นวันที่ 17 กันยายน เวลา 10.00 น.

“ที่นายธนาธรอ้างว่ากระชั้นชิดนั้นผมถือว่าไม่ เพราะได้ส่งหมายเรียกไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว หรือเมื่อ 8 วันก่อน แต่ทางฝั่งของนายธนาธรก็ได้ให้ความร่วมมือในครั้งก่อนๆ เป็นอย่างดีจึงเป็นเหตุอนุญาตให้เลื่อนวันออกไปได้” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าว

Advertisement

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า หากในเดือนกันยายน นายธนาธรยังไม่มาเข้าพบตามหมายอีก คงจะต้องดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ต่อไป ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชนในเรื่องการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือน ไม่ตรงกับความจริง ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ ให้ตรวจสอบแหล่งที่มาและเว็บไซต์ที่เป็นของรัฐบาล หรือสื่อมวลชนใหญ่ๆ เพราะการส่งขัอมูลที่ผิดโดยไม่รู้ความ มีโทษค่อนข้างสูงคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ