หน้าแรก ในประเทศ แม่เผยไม่ติดใ...

แม่เผยไม่ติดใจการเสียชีวิตลูก เผยไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ วอนรพ.ระบุสาเหตุการตายในใบชันสูตรให้ชัด

24.08.18 | 17:15 น.

แม่เด็กชายวัย 7 ขวบ ชาวอ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ที่มีกระแสข่าวลือในโซเชียลว่าป่วยเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เผยว่าไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แต่หลังจากรับศพกลับบ้านตั้งแต่เที่ยงวานนี้ 

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า จากกรณีที่ ด.ช.ณัฐวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากถูกส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 2 สัปดาห์ ด้วยอาการไข้สูง หนาวสั่น ก่อนจะมีอาการช็อก และเสียชีวิต แต่มีข่าวลือที่แชร์กันในโลกโซเชียลว่า ด.ช. คนดังกล่าวเสียชีวิตเนื่องจากติดเชื้อด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ยังบ้านเลขที่ 103 ม.5 บ.โนนสว่าง ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งครอบครัวได้มีนำศพของเด็กชายวัย 7 ขวบมาตั้งเพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยมีญาติและเพื่อนบ้านเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศภายในงานก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะ น.ส.ละออง ลายประโคน อายุ 31ปี ผู้เป็นแม่ที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายวัยเพียง 7 ขวบไปอย่างไม่มีวันกลับ

นางละออง ลายประโคน ผู้เป็นแม่ เล่าว่า น้องณัฐ เริ่มมีอาการป่วยเป็นไข้ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. ตอนแรกก็เข้าใจว่าลูกชายเป็นไข้ธรรมดาเพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อยอากาศเปลี่ยนแปลง จึงได้พาลูกชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านโนนสว่าง ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่ประจำ รพ.สต.ก็ให้ยาลดไข้กลับมารับประทานที่บ้าน ผ่านไป 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น จึงพากลับไปที่ รพ.สต.ดังกล่าวอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ก็ได้จัดยามาให้เหมือนเดิม และให้กลับมารับประทานอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำว่าหากอาการยังไม่ดีขึ้นให้พาน้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล ผ่านไปอีกประมาณ 2 วันน้องก็ยังมีไข้สูง จึงปรึกษาญาติและรีบนำตัวน้องส่ง โรงพยาบาลบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในอำเภอบ้านกรวดที่อยู่ใกล้บ้าน

“หมอให้นอนรักษาที่โรงพยาบาลบ้านกรวดเป็นเวลา 4 คืนโดยช่วงที่นอนรักษาที่โรงพยาบาลบ้านกรวด แพทย์ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา เพราะน้องมีอาการอ่อนเพลีย พร้อมแนะนำให้ญาติเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ไข้สูง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น กระทั่งน้องเริ่มมีอาการหายใจไม่ออกและช็อค ทางโรงพยาบาลบ้านกรวด จึงได้ส่งตัวน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ หลังจากที่ถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ลูกชายได้ถูกนำตัวมารักษาในห้องไอซียู.ตลอด เพราะอาการหนัก แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้แจ้งว่าน้องป่วยเป็นโรคอะไร กระทั่งเมื่อเวลา 23.55 น. (22 ส.ค. ) น้องก็เสียชีวิต ทั้งตนและญาติเสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูกที่ต้องสูญเสียลูกชายไปด้วยวัยเพียง 7 ขวบ”

Advertisement

“จากนั้นช่วงสายของวันที่ 23 ส.ค. ทางครอบครัวจึงไปติดต่อขอรับศพกลับบ้าน เพื่อมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยศพกลับมาถึงบ้านประมาณเที่ยง ทางโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์แจ้งสาเหตุการเสียชีวิตเพียงว่าน้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อ “เมลิออย โดสิส” ซึ่งรับเชื้อจากน้ำคลำหรือโคลน แต่ก็ยังไม่ได้ให้ใบลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตกลับมาด้วย ส่วนที่มีการแชร์ในโซเชียลว่า น้องเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด” นางละออง แม่ของเด็กผู้เสียชีวิตกล่าว

ด้านนายจตุพร ท่าประโคน อายุ 48 ปี ลุงน้องณัฐ เล่าว่า หลังจากพ่อของน้องเสียชีวิต น้องก็อาศัยอยู่กับยาย และแม่ ด้วยฐานะที่ยากจนตนจึงต้องช่วยดูแลน้องด้วยอีกแรง กรณีที่น้องเสียชีวิตแม้ทางครอบครัวจะไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แต่ก็อยากให้ทางโรงพยาบาลระบุสาเหตุการตายที่แท้จริงในใบชันสูตรด้วย เพราะตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่สามารถไปแจ้งการตายของน้องที่สถานีตำรวจประโคนชัยได้ เพราะยังไม่ได้รับใบลงความเห็นสาเหตุการตายจากโรงพยาบาลเพียงเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขอำเภอประโคนชัยมาเขียนใส่กระดาษให้ที่บ้านข้อความว่า “เนื่องจาก ด.ช.ณัฐวุฒิ อายุ 7 ขวบ ได้เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาลศูนย์บุรีรัมย์ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรค (เมลิออย โดสิส) ไม่ได้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ดังที่เป็นข่าวแพร่หลายในโลกออนไลน์ ขอให้ประชาชนทุกคนทำความเข้าใจ และร่วมกันป้องกันโรคด้วยตัวเอง โดยการรักษาความสะอาดร่างกายและสภาพแวดล้อมในชุมชน” เท่านั้น ซึ่งทางครอบครัวและญาติ แค่อยากทราบสาเหตุการตายที่แท้จริง หากเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ ก็อยากให้แนะนำวิธีป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง ให้คนในชุมชนได้รับทราบด้วยเท่านั้น

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า จากการสอบถามทางโรงพยาบาลฯ พบว่าการออกใบมรณบัตรนั้น ระบุว่า ปอดบวม เนื่องจากเป็นอาการเด่นชัน แต่จากการตรวจเชื้อเบื้องต้นพบว่า เป็นเชื้อเมลิออยโดสิส ซึ่งปรากฏว่าเด็กเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว และทางบ้านได้นำร่างของเด็กไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งหากจะตรวจในรายละเอียดเพิ่มขึ้นอาจต้องขอนำส่งร่างตรวจอีก แต่จากการยืนยันคือ ไม่ใช่เชื้อไข้หวัดใหญ่แน่นอน แต่ใบชันสูตรได้ออกไปก่อนหน้านี้นั่นเอง