เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า กรมได้ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพจิต และความรอบรู้สุขภาพจิตของประชาชน ปี 2561 เป็นครั้งแรกของประเทศ ในกลุ่มอายุ ประชาชน 18 ปีขึ้นไป รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขเชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และบุคลากรสาธารณสุขในระดับพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 12,793 คน ระหว่างเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านพฤติกรรมสุขภาพจิต ความรอบรู้สุขภาพจิตของคนไทย ประเมินการยอมรับและให้โอกาสผู้ที่อยู่กับปัญหาสุขภาพจิต นำข้อมูลที่ได้มาใช้วางแผนในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพจิตที่ดีให้กับประชาชนต่อไป คาดว่าน่าจะสามารถสรุปผลการศึกษาได้ราวๆ เดือนกันยายนนี้ และระหว่างนี้ ก็ได้เตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพวิทยากรหลักในการส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพจิตของประชาชน ประเด็นการจัดการอารมณ์และความเครียดโดยใช้เทคนิคการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงพัฒนาชุดความรู้และแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพจิตแบบอีเลิร์นนิ่งต่อไป
“ผลเบื้องต้นพบว่า คนไทยมีพฤติกรรมสุขภาพจิตที่ดี ประมาณร้อยละ 78 แต่เมื่อพิจารณาเรื่องพฤติกรรมสุขภาพจิตที่ไม่ดี ไม่พึงประสงค์ พบว่าด้านการจัดการสุขภาพจิตตนเอง เรื่องของการออกกำลังกายและการจัดการความเครียดของประชาชนยังไม่ดีนัก ออกกำลังกายยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และส่วนหนึ่งยังไม่รู้ว่าตัวเองเครียด ไม่รู้ถึงสาเหตุและวิธีลดความเครียดด้วยตนเอง” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ พฤติกรรมสุขภาพจิต คือ ความรู้ ความเข้าใจ ความเชื่อ ความรู้สึก การแสดงออก และการปฏิบัติของบุคคลที่ควรหรือไม่ควรทำ เพื่อให้มีสภาพชีวิตที่เป็นสุขไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ปรับตัวและปรับจิตใจอย่างเหมาะสมกับสังคมและสภาพสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริง สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งในที่นี้ ได้แบ่งออกเป็น 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ 1. การจัดการสุขภาพจิตตัวเอง ได้แก่ กินอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ รู้จักตัวเองรู้จุดอ่อน จุดแข็งและพัฒนาตนเอง มองโลกแง่บวกเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาสพัฒนาตนเอง จัดสรรเวลาเป็นเพื่อสร้างสมดุลชีวิต 2. การสร้างสัมพันธภาพ ได้แก่ ยิ้ม เปิดใจ ฟังได้ พูดเป็น และ 3. การสนับสนุนทางจิตใจให้ตนเองและผู้อื่น ได้แก่ รู้จักชื่นชม และให้สิ่งดีให้ผู้อื่น หาที่ยึดเนี่ยวจิตใจ เช่น ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาที่นับถือ

