เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล วันที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา 07.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,165 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 92% ขณะที่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 112.35 ล้าน ลบ.ม. และระบายออก 52.29 (รวมระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ 10.19 ล้าน ลบ.ม.แล้ว)
“คณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีมติให้เร่งพร่องน้ำออกไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ในช่วงเดือนสิงหาคม และกันยายนนี้ จึงมีมติปรับแผนการระบายน้ำ โดยวันที่ 23-27 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 53 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และผ่านทางน้ำล้น (Spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร และล่าสุดได้ขยายระยะเวลาการระบายน้ำเฉลี่ย 53 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2561
ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 695 ล้าน ลบ.ม. และติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยมีการบริหารจัดการน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ หากสถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการปรับแผนระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอีกครั้ง” นายไววิทย์กล่าว
ด้านนายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (วันที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น.) อยู่ที่ระดับ 175.48 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) เป็นปริมาณน้ำ 15,991.63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 89.67% โดยวันนี้มีแผนการระบายน้ำ 22 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 57.21 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 175.45 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 24 สิงหาคม 2651 (175.37 ม.รทก.) 8 เซนติเมตร และมีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 24.96 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,833.47 ล้าน ลบ.ม. (10.33%) จึงมั่นใจได้ว่าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ยังคงสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก โดยไม่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อน รวมถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้านท้ายน้ำ
นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 13 กล่าวว่า วันนี้เขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนแม่กลอง 736 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำระบาย 60 ลบ.ม.ต่อวินาที รวม 796 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 69 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ส่วนการระบายน้ำลงสู่คลองจระเข้สามพันและคลองประปา ยังเท่าเดิมคือ 15 ลบ.ม.ต่อวินาที และ 24.44 ลบ.ม.ต่อวินาที

“ทำให้ปริมาณที่ระบายออกสมดุลกับการระบายออกจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนแม่กลองยังสามารถระบายน้ำลงท้ายเขื่อนแม่กลองได้ถึง 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ณ ปัจจุบัน ถ้าเขื่อนแม่กลองปล่อยมากกว่า 736 ลบ.ม.ต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำที่จุดศูนย์รวมบริเวณต้นน้ำแม่น้ำแม่กลอง หน้าเมืองกาญจนบุรีลดต่ำลงอีก
ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม เวลา 10.00 น คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จะร่วมประชุม ครั้งที่ 24/2561 ที่ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน สามเสน กทม. มีเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), กรมชลประทาน, สำนักการระบายน้ำ กทม., กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมโยธาธิการและผังเมือง, และ กปร. จะเข้าร่วมประชุม” นายไพรัตน์กล่าว

