ไขข้อสงสัย… ‘โรคเมลิออยโดสิส’ คืออะไร อันตรายหรือไม่

27.08.18 | 12:57 น.
กราฟิกมติชน ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค

หลังจากกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ออกมาชี้แจงกรณีพบเด็กชาย อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนในต.เขาคอก อ.ประโคนชัย ได้ป่วยและเสียชีวิต ว่าไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ แต่เป็น “โรคเมลิออยโดสิส”  (Melioidosis)

หลายคนอาจสงสัยว่า โรคนี้คืออะไร…..

กรมควบคุมโรคระบุว่า โรคเมลิออยโดสิส สามารถพบได้ในช่วงฤดูฝน โดยผู้ป่วยมักรับเชื้อที่อยู่ในดินและน้ำ จากการสัมผัสดินหรือน้ำเป็นเวลานานหรือผ่านทางบาดแผล  จากการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป หรือจากการหายใจเอาอากาศที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป หลังรับเชื้อประมาณ 1- 21 วัน ผู้ป่วยมักมีอาการไข้เป็นเวลานาน ไม่ทราบสาเหตุ มีเนื้อตาย แผล ฝี หนองที่ปอด ตับ ม้าม แผลอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

กรมควบคุมโรค แนะนำวิธีปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและให้ปลอดภัยจากโรคนี้ คือ การใส่รองเท้าบู๊ทเมื่อจำเป็นต้องเดินลุยหรือย่ำน้ำเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม ดื่มน้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ และหลังสัมผัสน้ำและดิน ควรทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดทันที หากมีอาการไข้เกิน 2 วันหรือเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยทันที พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินเป็นเวลานาน หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

สำหรับสถานการณ์โรคเมลิออยโดสิสจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 20 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยแล้ว 1,572 ราย เสียชีวิต 3 ราย กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากสุด ได้แก่ อายุ 55-64 ปี รองลงมาอายุ  45-54  ปี และอายุ 65 ปีขึ้นไป  พบมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปี 2560 ที่ผ่านมา ทั้งปีมีผู้ป่วยทั้งหมด 3,439 ราย โดยผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ (อายุ 35 ปีขึ้นไป) พบถึง 2,906 ราย คิดเป็นร้อยละ 84.5 ของผู้ป่วยทั้งหมด

Advertisement