เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุวัตน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 แถลงรายงานการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้าย ’แก๊งอุ้มหมา’ หรือ ’แก๊งอุ้มเด็ก’ ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์โดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะในพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 40 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 2 ล้านบาท ทราบตัวผู้ที่ลงมือก่อเหตุ คือ นายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี มีประวัติความผิด 8 คดี และนางฑิญาตา บุญเรือง (น.ส.อุษา เกษมณี) อายุ 38 ปี พบความผิด 6 คดี โดยในการแถลงข่าวได้มีผู้เสียหายจำนวน 20 คน ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับลงมาให้เร่งรัดติดตามรูปคดีได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนทุกข์ร้อน ทั้งนี้ เมื่อขยายผลการตรวจสอบแล้วพบว่าคนร้ายเคยลงมือก่อเหตุ ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ในความดูแลของตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีการติดตามรวบรวมผู้เสียหายที่ได้ยืนยันของกลางแล้ว 44 ราย ได้ทรัพย์สินคืน 21 ราย และไม่ได้คืน 23 ราย รวมของกลางทั้งสิ้น 137 รายการ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา ตรวจพบอาวุธปืนสั้น 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืน, โทรศัพท์มือถือ 55 เครื่อง, บัตรกดเงินสดจำนวน 10 ใบ, บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ และบัตรประจำตัวข้าราชการ 18 ใบ, นาฬิกาข้อมือ 20 เรือน, กระเป๋าแบรนด์เนม 55 ใบ, ตั๋วรับจำนำที่มีชื่อผู้ต้องหาเป็นคนจำนำ 18 ใบ รวมถึงเครื่องประดับและวัตถุมงคลจำนวนมาก
จากการสอบถาม น.ส.วงพลอยประภัส ทองมา เจ้าของบริการเสริมความงามย่านประชานิเวศน์ซึ่งถูกคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุลักทรัพย์ถึงสองครั้ง กล่าวว่า ถูกกระทำครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยนายอภิชาติอุ้มลูกมาพร้อมนางฑิญาตาผู้ก่อเหตุ และในปี 2552 คนร้ายทั้งสองมาพร้อมกับสุนัขโดยฝ่ายหญิงมีหน้าตาดีขึ้นจนตนจำไม่ได้และกระทำการในลักษณะเดียวกันคือ จะมาในช่วงเวลาที่ร้านใกล้ปิด โดยฝ่ายหญิงจะเข้ามาสอบถามถึงสินค้าและคอร์สเสริมความงามต่างๆ ส่วนฝ่ายชายได้ปล่อยให้ลูกหรือสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นไปมา แม้ว่าตนจะรู้สึกผิดสังเกต แต่ขณะที่ฝ่ายหญิงชวนคุยจนไม่ทันได้เห็นทรัพย์สินของตนเองถูกขโมยไปจากเคาน์เตอร์เมื่อไหร่ รวมรายการทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปทั้งสองครั้งเป็น โทรศัพท์ 4 เครื่อง เงินสดอีกกว่า 3 หมื่นบาท บัตรเครดิตและพระเครื่อง ที่ผ่านมาไม่กล้าแจ้งความเพราะอับอาย กลัวถูกสังคมเหยียบซ้ำเพราะเคยเกิดเหตุขึ้นมาอีกแล้ว

