หน้าแรก ในประเทศ พ่อวัย 83 หอบ...

พ่อวัย 83 หอบเอกสารร้องสื่อ ลูกไล่ออกจากบ้าน-รวมตัวฟ้องขอเป็นผู้จัดการมรดก

28.08.18 | 10:21 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายละเมียน อุตรภาส อายุ 83 ปี ชาวนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือกับสื่อมวลชน หลังถูกลูก 4 คน ฟ้องขอเป็นผู้จัดการมรดก โดยอ้างว่าตนไม่มีความเป็นธรรม พร้อมนำสำเนาเอกสารหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินจำนวน 3 แปลงมาอธิบาย

นายละเมียนกล่าวว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 9 คน เสียชีวิต 2 คน เหลือ 7 คน โดย 2 คน ทำงานที่ต่างจังหวัด ส่วน 5 คน ยังคงปักหลักประกอบอาชีพในพื้นที่ ต.ท่าไร่ และใกล้เคียง ด้านภรรยาเสียชีวิตแล้ว แต่มีมรดกเป็นที่ดิน จำนวน 3 แปลง แปลงที่ 1 จำนวน 6 ไร่เศษ แปลงที่ 2 จำนวน 7 ไร่เศษ และแปลงที่ 3 จำนวน 19 ไร่ แปลงนี้เป็นมรดกของภรรยา ซึ่งพ่อตาสั่งไว้ว่า หากพ่อตาเสียชีวิตให้โอนที่ดินจำนวน 7 ไร่เศษให้กับพี่สาวภรรยาด้วย ภายหลังภรรยาเสียชีวิต ตนในฐานะผู้จัดการมรดกจึงโอนที่ดินจำนวนดังกล่าวให้กับพี่สาวภรรยา โดยมีทายาท 2 ใน 3 ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวภรรยาเป็นผู้รับมรดกดังกล่าวแทน

“ส่วนที่ดินแปลงที่ 1 ลูกชายคนโตได้นำไปจำนองกับธนาคารทหารไทย จำนวน 5 แสน โดยมีตนเป็นผู้จำนอง ลูกชายอ้างว่าเป็นหนี้สินเนื่องจากติดหนี้พนัน ส่วนแปลงที่สอง ลูกสาวคนรองนำไปจำนองกับร้าน ป. (นามสมมุติ) อยู่ใน ต.ท่าวัง เพื่อเป็นเงินค้ำประกันในการทำหวยใต้ดิน วงเงินกว่า 1 ล้านบาท และแปลงที่ 3 ซึ่งเป็นมรดกของภรรยา ลูกชายคนโตให้ภรรยาไปกู้เงิน 5 แสน จากนาย ช. (นามสมมุติ) เพื่อนำไปซื้อรถยนต์ส่วนตัว ในเวลาต่อมาร้าน ป.ซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินแปลงที่ 2 ได้ฟ้องตน พร้อมบังคับให้ขายทรัพย์สินที่มีเพื่อนำเงินมาคืนร้าน ตนจึงเรียกลูกทั้ง 5 คนที่เหลือมาคุยกันว่าจะทำอย่างไร จะมีใครช่วยชดใช้หนี้สินได้บ้าง ทุกคนเฉยกันหมด ตนจึงขอให้ลูกสาวคนสุดท้องช่วยเหลือครอบครัว และช่วยเหลือพี่น้อง ลูกสาวจึงไปกู้เงินนอกระบบ ร้อยละยี่สิบ ร้อยละสิบ จำนวน 5 แสนบาท เพื่อนำมาไถ่ถอนที่ดินจากธนาคารทหารไทย จากนั้นให้ตนนำไปจำนองใหม่ แต่เนื่องจากตนอายุมาก ไม่สามารถกู้เงินได้ จึงใช้วิธีการโอนที่ดินแปลง 1 ให้ลูกสาวคนสุดท้องเป็นคนกู้แทน เมื่อได้เงินมาจำนวนหนึ่งก็เอามาไถ่ที่ดินแปลงที่ 2 ออกมา จากนั้นลูกสาวก็ทำงานมาชดใช้หนี้สินทั้งหมด โดยจ่ายเงินคืนที่ดินแปลงที่ 1 แปลงที่ 2 และแปลงที่ 3″ นายละเมียนกล่าว

นายละเมียนกล่าวต่อว่า เมื่อที่ดินถูกไถ่ถอนออกมาแล้ว ลูกทุกคนก็อยากจะได้ และมาโกรธตนว่าไม่มีความเป็นธรรม โอนที่แปลงที่ 1 ให้กับน้องสาว ทุกวันนี้ที่ดินดังกล่าวยังติดอยู่ในธนาคาร ยังเป็นหนี้ที่ยังชำระไม่หมด และเป็นหนี้ที่เกิดจากลูกทั้ง 4 คน นั่นคือประเด็นแรก ส่วนประเด็นถัดมาที่ลูกๆ ไม่พอใจ คือตนได้โอนที่มรดกของภรรยาให้กับทายาทของพี่สาวภรรยา ล่าสุด เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ตนได้เอาที่ดินแปลงที่ 2 กับส่วนที่เหลือจากแปลงที่ 3 มาแบ่งให้กับลูกๆ ทั้ง 7 คน ยังคงเหลือที่ดินในแปลงที่ 1 ที่ยังคงติดหนี้อยู่ในธนาคาร ซึ่งยังชดใช้กันไม่หมด ตนอยากบอกว่า ลูกคนที่ไปสร้างหนี้ก็ยังไม่รับผิดชอบ น้องสาวคนสุดท้องต้องมารับผิดชอบแทน สุดท้ายลูกชายไล่ตนออกจากบ้าน ตนต้องมาอาศัยอยู่กับลูกสาวคนสุดท้อง

“ผมถูกลูกทั้ง 4 คนร้องคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดก ขอถอนผู้จัดการมรดก และขอให้มีคำสั่งตั้งลูกชายคนโตเป็นผู้จัดการมรดกแทน คิดว่าลูกทั้ง 4 คน ต้องการที่ดินแปลงที่ตนโอนให้ลูกสาว ไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกทั้ง 4 คนเดือดร้อนก็ไปพึ่งพาอาศัยลูกสาวคนสุดท้องตลอด ยังจะมาฟ้องผมอีก อยากให้สังคมได้รับรู้ว่าลูกทำกับผมได้อย่างไร ผมต้องออกจากบ้านลูกชายมาอาศัยกับลูกสาว และลูกทั้ง 4 ไม่ได้มีอาชีพอะไรที่มั่นคง มีเพียงลูกคนสุดท้องที่สามารถดูแลและปกป้องครอบครัวของเราได้ เสียใจที่ลูกทำกับผมแบบนี้ ผมมีอายุอีกไม่นาน จะมาแย่งชิงที่ดินเพื่อให้อับอายชาวบ้านได้อย่างไร เท่าที่ทราบ ลูกทั้ง 4 ฟ้องทั้งผมเอง และลูกสาวคนสุดท้อง ที่ผ่านมาน้องคอยช่วยเหลือจุนเจือพี่ๆ และครอบครัวมาตลอด หนี้สินก็พี่ๆ สร้าง น้องก็ต้องคอยช่วยเหลือ แล้วยังจะมาฟ้องผม หากว่าครั้งนั้นลูกสาวคนสุดท้องไม่ช่วยเหลือ ปลดหนี้สินแทนพี่น้อง ป่านนี้ที่ดินก็ไม่ได้มาแบ่งปันกันจนถึงทุกวันนี้” นายละเมียนกล่าว

Advertisement

นายละเมียนกล่าวอีกว่า ถามชาวบ้านและญาติพี่น้องได้เลยว่าครอบครัวเราอยู่กันอย่างไร ตนผิดถึงต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ขณะที่ตนอายุมากถึงขนาดนี้แล้ว อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุยและแก้ปัญหาให้กับตน เพื่อว่าจะได้มีทางออกที่ดีกว่านี้ สมบัติก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย มีเท่าที่เห็น ลูกๆ ยังมาทะเลาะกัน ส่วนที่ดินของลูกๆ ทั้ง 7 คน ที่ตนโอนไป ใครจะขายก็เป็นเรื่องของลูกๆ ทรัพย์พ่อให้ไม่รักษาไม่นานก็หมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสารพบว่านายละเมียนถูกบุตรชายและบุตรสาวรวม 4 คน ฟ้องศาลแพ่ง ขอคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดก ขอถอนผู้จัดการมรดก และขอให้มีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแทน โดยมีบุตร 1 ใน 4 จะเป็นผู้จัดการมรดกแทนนายละเมียน