เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) พร้อมคณะ นำคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมการดูงานโครงการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเล ณ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เป็นโครงการที่อยู่ภายในการดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งที่พบพะยูนซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์(ไซเตส) โดยพบมากที่สุด ประมาณ 200 ตัว เนื่องจากพื้นที่นี้มีหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารของพะยูนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในทะเลอันดามัน


นายทรงธรรม กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกรมอุทยานฯ กับประชาชนในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูและรักษาพะยูนและหญ้าทะเล โดยผ่านการจัดทำแหล่งเรียนรู้ ให้ความรู้แก่ประชาชนรวมไปถึงการดำเนินการอบรมการอนุรักษ์ระบบพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลระดับชุมชน จำนวน 2 รุ่น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคประชาชน ทำให้เกิดโครงการกำหนด เขตอนุรักษ์พะยูน ในการวางทุ่นกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ เนื้อที่ราว 1,300 ไร่ บริเวณอ่าวขามที่ ท่าเทียบเรือปากเมง ที่เป็นแหล่งอนุรักษ์แห่งใหม่ในขยายพื้นที่ปลูกหญ้าทะเล เพื่อรองรับจำนวนประชากรพะยูนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต การอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลในภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้เครื่องมือประมง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพะยูนและหญ้าทะเล ลดอัตราการตายของพะยูนและการพังทลายของชายฝั่งที่มีหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารของพะยูนและแหล่งอนุบาลสัตว์อ่อน


นายบรรจง นฤพรเมธี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด (บ่อหินฟาร์มทะเล) กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนบ่อหินฟาร์มทะเลเป็นหน่วยงานหนึ่งที่เข้าร่วมการอนุรักษ์หญ้าทะเลโดยการจัดตั้งธนาคารหญ้าทะเล ที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเพาะเลี้ยงต้นกล้าหญ้าทะเลก่อนนำไปปลูกในพื้นที่ชายฝั่ง การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงการอนุรักษ์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้แก่ประชาชน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่พร้อมไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน
“ทั้งนี้โครงการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐบาล เอกชนและภาคประชาชนในการร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่อุทยานและพื้นที่ธรรมชาติให้ระบบนิเวศน์กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งพร้อมทั้งสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้มีความเข้าใจและมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป”นายบรรจง กล่าว

