เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายโท และนางคาย บิดามารดานายมินอู อายุ 26 ปี ลูกเรือประมงชาวเมียนมา เข้ามาร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม โดยกล่าวว่าผู้ตายได้ถูกคนร้ายฆ่าตายก่อนมัดศพแล้วนำไปโยนทิ้งในแม่น้ำท่าจีน พื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อให้ช่วยสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี หลังผ่านมากว่า 6 เดือน แต่คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ว่า สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แจ้งว่าในคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 เวลาประมาณ 16.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้วได้รับแจ้งเหตุพลเมืองพบศพลอยน้ำบริเวณแม่น้ำท่าจีน ต.สวนส้ม อ.บ้านแพ้ว จึงได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบศพสภาพเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สวมกางเกงสีดำ ไม่สวมเสื้อผ้า สภาพเน่าขึ้นอืด ผิวหนังถลอกไม่สามารถพิมพ์ลายนิ้วมือได้ จึงได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ ซึ่งแพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเสียชีวิตมาแล้วเกิน 1 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน จากนั้นได้นำศพส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ตรวจชันสูตรหาสาเหตุการตาย และทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อทราบว่าผู้ตายเป็นใคร พร้อมทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุประกอบคดี วาดแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป
“ต่อมา เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 นายโทและนางคาย สัญชาติเมียนมา แจ้งว่าเป็นบิดาและมารดาของนายมินอู อายุ 26 ปี มาพบพนักงานสอบสวน ประสงค์ขอดูศพที่สถาบันนิติเวชฯเพื่อยืนยันอีกครั้ง พบเป็นบิดาและมารดา ประสงค์ขอรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา จากการสอบสวนปากคำบิดาและมารดาผู้ตายทราบว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 เวลาประมาณ 22.30 น. ผู้ตายได้ออกจากบ้านไปกับเพื่อนชื่อนายอุงโม ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา แล้วหายไปจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ไม่กลับมา ต่อมานายอุงโม เพื่อนผู้ตายกลับมาบอกว่า ตนกับผู้ตายได้พากันไปลักพืชกระท่อม ในสวนแถวบริเวณ ต.เจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ปรากฏว่าได้ยินเสียงสุนัขเห่ากลัวมีคนมาเห็น ตนเองและผู้ตายจึงได้วิ่งหนีไปคนละทาง ไม่ทราบว่าผู้ตายไปทางใด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดตามตัวนายอุงโมเพื่อนผู้ตายเพื่อมาสอบสวนแต่ไม่สามารถติดตามตัวได้เนื่องจากได้หลบหนีกลับประเทศเมียนมา ประกอบกับไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีเอกสารหลักฐานประจำตัว พนักงานสอบสวนจึงได้รายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและรายงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนได้รับผลการตรวจชันสูตรพลิกศพผู้ตายจากสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจแล้ว ซึ่งรายงานผลการตรวจชันสูตรไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้าย ร่องรอยการถูกทรมาน หรือร่องรอยกระสุนปืน แต่ตรวจพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในร่างกายผู้ตาย โดยแพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า “ระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว” จึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครพิจารณาดำเนินการต่อไป พร้อมแจ้งผลการสอบสวนให้บิดามารดาผู้ตายทราบ สำหรับกรณีที่มาร้องต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นก็สามารถทำได้ เพราะประชาชนหรือญาติหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีผู้ใดก็ตามนั้น สามารถตรวจสอบการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างคู่ขนานอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสำนวนชันสูตรพลิกศพยังอยู่ในชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอด ให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่มีความเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่กระทำความผิด สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปตำรวจในการบูรณาการทำงานด้านการสืบสวนและสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ

