กรมอุทยานฯ จ่อใช้ “อี-ทิคเก็ต” นำร่อง 3 อุทยาน จำกัดนักท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ

29.08.18 | 17:04 น.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดทำร่างแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ทิคเก็ต โดยมีรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวจะตัดสินใจเลือกใช้บริการของบริษัทแห่งใดแห่งหนึ่งในการจำหน่ายตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันมี 3 บริษัทที่อยู่ในการพิจารณา ได้แก่ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีความพร้อมและมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจอี-ทิคเก็ต โดยจะคัดเลือก 1 ใน 3 แห่ง เป็นบริษัทรับจองตั๋วอี-ทิคเก็ต ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ

นายทรงธรรม กล่าวอีกว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะนำร่องจำหน่ายตั๋วอี-ทิคเก็ตอุทยานทางทะเล 3 แห่งที่มีนักท่องเที่ยวในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ ภายหลังการเปิดการท่องเที่ยวทางอุทยานทางทะเลในช่วงเดือน ตุลาคม ถึงพฤศจิกายน ซึ่งต่อไปในอนาคตจะไม่มีนักท่องเที่ยววอร์คอินมายังพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้ง 3 แห่งอีกต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องดีในการบริหารจัดการเพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาคนล้นเกาะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเล จนต้องเกิดการปิดเกาะ เช่น อ่าวมาหยา เป็นต้น อย่างไรก็ตามกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเรียกประชุมหัวหน้าอุทยานทั้ง 3 แห่ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมหารือในการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสมต่อไป

“รายได้ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ จากการจองผ่านระบบตั๋วอี-ทิคเก็ต สามารถตรวจสอบได้ และเงินรายได้เหล่านี้จะเข้าบัญชีของกรมอุทยานแห่งชาติฯโดยตรง ป้องกันการทุจริตเงินรั่วไหล ทำให้การจัดเก็บรายได้มีประสิทิภาพมากขึ้น ส่วนปัญหาที่จะมีบริษัททัวร์มากว้านซื้อตั๋วไปนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะระบบการจองต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือบัตรพาสปอร์ต นอกจากนี้ยังต้องระบุวันเวลาที่เข้าเที่ยวอุทยานด้วย การกว้านซื้อตั๋วจึงทำได้ยาก ซึ่งเราจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าว

เมื่อถามว่าหากประกาศใช้ระบบอี-ทิคเก็ตในปีนี้ จะเร็วไปหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องมานานกว่า 2 ปีแล้ว จึงไม่น่าจะเร็วเกินไป และคิดว่าจะทำได้ภายในปีนี้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่ให้นักท่องเที่ยวจองที่พักผ่านเว็บกรมอุทยานแห่งชาติฯ ด้วยระบบออนไลน์ แต่ระบบยังไม่รองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เว็บล่มบ่อยครั้ง กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงต้องการระบบคอมพิวเตอร์ที่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ที่จะจัดเก็บข้อมูล เราจึงร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีเทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้อย่างเป็นระบบ