เหยื่อ”โจรอุ้มหมา”โกรธแค้นหวิดประชาทัณฑ์ผัว-เมีย เผยไร้อาชีพ ตระเวนลักมา 15 ปี

29.08.18 | 17:37 น.

เมื่อเวลา 16.20น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 แถลงรายงานการจับกุมนายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี และนางฑิญาตา บุญเรือง(น.ส.อุษา เกษมณี) อายุ 38 ปี สองสามี-ภรรยา “โจรอุ้มหมา” หรือ “โจรอุ้มเด็ก” ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในพื้นที่หลายจังหวัด พร้อมนำรถยนต์ของกลางจำนวน 3 คันที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ พร้อมกับ”น้องตัวเล็ก” สุนัขพันธุ์ชิตสุที่ตรวจพบในบ้านพักผู้ต้องหามาแสดง ขณะที่มีผู้เสียหายจำนวนหลายสิบคนมาตรวจสอบทรัพย์สินตัวเอง


พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนมาจำนวนมาก ก็ได้มอบหมายให้ทีมงานของตำรวจภูธรภาค 1 ลงพื้นที่สืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมตัวทั้งสองผู้ต้องหาได้พร้อมกับของกลางจำนวนมาก ซึ่งผู้ต้องหาก็ได้ให้การยอมรับ ในวันนี้จึงได้ให้ผู้เสียหายเข้าทำการชี้ทรัพย์ของตนเอง

พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีอาชีพ สอบถามทราบว่าได้นำเงินที่ลักขโมยมาใช้ในการทำฟาร์มสุนัขเพราะความชอบ และใช้จ่ายในชีวิตประจำวันรวมถึงเลี้ยงดูลูก โดยในวันนี้ได้ตรวจยึดของกลางจากบ้านพักผู้ต้องหาเพิ่มเติม พบเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมทั้งของแท้และเทียมปนกันยังมีสร้อยทอง บัตรประจำตัวประชาชนและใบขับขี่ของผู้เสียหาย นอกจากนี้ ผู้ต้องหากล่าวว่า เมื่อได้ทำผิดกฎจราจรก็จะนำบัตรเหล่านี้ไปใช้แสดงตนแทน ทั้งนี้จะมีการดำเนินคดีในข้อหาการฟอกเงินด้วย เพราะมีการนำทรัพย์สินไปจำนำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ามาแสดงตนจาก 44 ราย เป็น 52 รายแล้ว

พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาว่าได้ลงมือก่อเหตุมา 15 ปี ในปีนี้แล้ว 10 ครั้ง จึงขอฝากไปยังประชาชนว่า หากคิดว่าทรัพย์สินของตนเองถูกคนร้ายกลุ่มนี้ลักชิงไป ขอให้ไปติดต่อประสานงานกับตำรวจภูธรภาค1 หรือสถานีตำรวจในท้องที่ สำหรับภารกิจต่อไปคือการติดตามทรัพย์สินมาคืน

Advertisement

“ผมได้ถามไปยังผู้ต้องหาว่า ทำดีสักครั้งนึงจะได้หรือไม่ ผู้ต้องหาก็ยืนยันว่าจะทำเพื่อลูก ทางเราก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอีกต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาได้กล่าวว่ามีผู้เสียหายบางรายจะไปทำร้ายร่างกายลูกของตนเอง ซึ่งก็จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย”พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คนร้ายได้กระทำมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี จึงมีวิธีหลบเลี่ยงการจับกุมมาได้ พบว่ามีการย้ายที่อยู่หลายครั้ง เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายมีเพียงสองราย หากพบอีกก็จะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายอภิชาติ และนางฑิญาตา สองผู้ต้องหาไปพูดคุยเพิ่มเติมบนอาคารที่ทำการตำรวจภูธรภาค 1 จากกองบังคับการฯด้านหลัง ได้มีผู้เสียหายบางรายตะโกนด่าทอและฝ่าวงของสื่อมวลชนกับเจ้าหน้าที่เข้าไปทำร้ายนายอภิชาติ สร้างความชุลมุน

นางสมัย ทรัพย์อนันตกุล ผู้เสียหายอายุ 58 ปี อาชีพแม่ค้าในตัวเมืองนนทบุรี กล่าวว่าในวันเกิดเหตุเมื่อปลายปี 2559 นายอภิชาติได้พาลูกสาวของตัวเองโดยได้กางร่มเข้ามาสั่งรองเท้านักเรียนจำนวนหลายสิบคู่ตนก็แปลกใจเพราะอากาศก็ปกติ แต่เมื่อคนร้ายบอกว่าสั่งไปให้เด็กและจะขอเข้ามารับในช่วงบ่าย ตนเองก็หลงเชื่อเพราะดูทรงแล้วเหมือนอาจารย์ จากนั้นนายอภิชาติก็ได้ปล่อยลูกของตัวเองลง และวิ่งเข้าไปหลังร้านทันที ก่อนที่เด็กจะหยุดตรงหน้ากระเป๋า ซึ่งตนคาดว่าเป็นจังหวะที่คนร้ายสังเกตดูอยู่ก่อนจะลงมือชิงทรัพย์เป็นเงินเก่าจำนวนมากพร้อมกับเงินปัจจุบัน รวมมูลค่าหลักแสนบาท

รายงานแจ้งว่า สำหรับประชาชนที่เดินทางมาตรวจสอบทรัพย์สินแล้วพบว่าเป็นของตนเอง ขอให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ร้อยเวรตามแต่ละพื้นที่ที่ตนเองได้ไปแจ้งเหตุไว้เพื่อให้ออกหนังสือขอรับทรัพย์สินคืน ป้องกันการลอบหยิบทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของตนเองไป