เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 30 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุมตัวนางพัชรินทร์ สวัสดิสุข อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/666 ถ.นิมิตรใหม่ ซ.นิมิตรใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา และนายวีระยุทธ สวัสดิสุข อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142/2 หมู่ 4 ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 712และ713/2561 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” ตามลำดับ โดยสามารถจับกุมตัวทั้งสองได้ที่ถนนสาธารณะบ้านโนนดินแดง หมู่ 13 ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2559 น.ส.พัชรินทร์ และนายวีระยุทธ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้เปิดบริษัท ชื่อ ไอคิวเอ ซัพพลาย จำกัด ทำธุรกิจ นำเข้า ส่งออก อุปกรณ์ความปลอดภัย ที่ใช้ในโรงงาน ก่อนวางแผนหลอกผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งโดยอ้างว่า ได้ประมูลงานเป็นตัวแทนจัดซื้ออุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆให้กับ การไฟฟ้านครหลวง และบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่ง จำเป็น ต้องการเงินทุนในการทำธุรกิจจึงชวนผู้เสียหายให้มาเป็นนายทุนให้ โดยอ้างว่าได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสูง อีกทั้งหากผู้เสียหายสามารถระดมเงินทุนจากนายทุนคนอื่นๆมาเพิ่มได้อีกก็จะได้รับค่านายหน้าจากการหาเงินระดมทุนแยกเป็นอีกส่วนต่างหาก คล้ายกับลักษณะแชร์ลูกโซ่ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อชักชวนคนสนิทและคนรู้จัก มาร่วมลงทุนกับสองสามีภรรยาคู่นี้
แต่เมื่อถึงกำหนดนัดหมายจ่ายเงินค่าตอบแทนสองสามีภรรยาคู่นี้กลับบ่ายเบี่ยงก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนกับสองสามีภรรยาคู่นี้จำนวนกว่า 30 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ต่อมาภายหลังจากกลุ่มผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงได้รวมตัวไปเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ก่อนจะมีการประสานส่งเรื่องไปยังท้องที่เกิดเหตุ สน.นิมิตรใหม่ รวบรวมพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนี กบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จึงนำกำลังเข้าไปติดตามจับกุมตัวได้
สอบสวน นางพัชรินทร์และนายวีระยุทธ ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยนางพัชรินทร์ ยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดตนเองเป็นคนกุเรื่องขึ้นมา โดยที่นายวีระยุทธ สามีไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด โดยเริ่มจากออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายช่วยกันระดมหาเงินมาร่วมลงทุน ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยช่วงแรกยอมรับว่ามีการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับผู้เสียหายรายแรกๆจริงเพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความตายใจ ชักชวนผู้เสียหายรายอื่นๆให้นำเงินมาร่วมลงทุนเพิ่มอีก กระทั่งต่อมาบริษัทไม่สามารถหมุนเงินจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้เสียหายได้ทันจึงทำให้ถูกแจ้งความดำเนินคดีกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

