รวบ ‘เสี่ยปีเตอร์’ เจ้าของบ.พันปีกรุ๊ป อ้างบิ๊กตู่ -ยูเอ็น ปล่อยกู้เก็บค่าสมาชิก ฉ้อโกงปชช.

31.08.18 | 13:10 น.

จากกรณีที่ประชาชนร้องเรียนยังหน่วยงานรัฐให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของ บริษัทพันปีกรุ๊ป (ไทย ลาว กัมพูชา) จำกัด ที่มีลักษณะชักชวนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัดมาร่วมสมัครเป็นสมาชิกโครงการช่วยเหลือด้านเกษตรกรรมในประเทศไทย โดยอ้างว่าได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรสหประชาชาติและธนาคารโลกเพื่อให้สมาชิกกู้ยืมเงินจำนวนมากได้โดยไม่เสียดอกเบี้ย รวมถึงจะมีการรับซื้อผลผลิตกลับมา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนพบมีการกระทำผิดกฎหมาย สามารถติดตามจับกุมตัวหัวหน้าเครือข่ายได้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมนวล ผกก.สน.พหลโยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ แถลงจับกุมตัวนายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ หรือเสี่ยปีเตอร์ ประธานกรรมการบริษัทพันปีกรุ๊ป ผู้ต้องหาตาม 3 หมายจับในจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี และเขตพระนคร ในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยข้อหาฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ รวมถึงออกเช็คโดยเจตนาไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้น ภายหลัง น.ส.ณชณฆ์ ตรงใจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไชนี่ อินเตอร์คอปอเรชั่น จำกัด ผู้เสียหายจากการถูกบริษัทพันปีกรุ๊ป ผิดนัดชำระเงินหลังหลอกลวงให้รวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิกสหกรณ์ 325 คน เพื่อส่งจำหน่ายในต่างประเทศ ได้เข้าแจ้งความต่อสภ.เมืองสุรินทร์ เมื่อช่วงเดือนพฤภษาคมที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ภายหลังชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายพิชย์พิพรรธ ได้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมาในรีสอร์ทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบเอกสารการประกอบการของบริษัทพันปีกรุ๊ป พบว่าที่ทำการได้ตั้งอยู่ในอำเภอกันทรลักษณ์ ของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งนายพิชย์พิพรรธ กล่าวอ้างว่าได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจากองค์กรสหประชาชาติหรือยูเอ็น และธนาคารโลก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการต่างๆ โดยจะมอบเงินอุดหนุนไปดำเนินการผลิตและรับซื้อผลผลิตกลับมา และยังให้เงินทุนกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย โดยมีเงื่อนไขในการเสียค่าสมัครเป็นสมาชิกเป็นเงินตั้งแต่ 200 , 500 ไปจนถึง 1,000และ5,000บาท และเสียค่าอบรมอีก 2,500บาท วงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้าน ถึง 15 ล้านบาท

“พฤติการณ์เช่นนี้ จะดำเนินคดีในความผิดร่วมกัน ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี คดีนี้เป็นความผิดหลายท้องที่และต่อเนื่อง ตั้งแต่โอดีแคปปิตอล และการหลอกลวงรูปแบบต่างๆ รวมมูลค่าความเสียหายแล้วหลายหมื่นล้าน ซึ่งดำเนินการจับกุมไปแล้วหลายสิบราย บางรายเมื่อถูกปล่อยตัวออกไปก็ยังกระทำผิดเหมือนเดิมอีก ยืนยันจะดำเนินการยึดทรัพย์ให้หมด ฝากว่าคนกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมหลอกลวงซ้ำๆ เช่นได้เงินมาแล้วไม่สามารถเอาออกมาจากบัญชีได้ หรือเป็นลักษณะงูกินหาง ตอนนี้รัฐบาลได้เร่งรัดเรื่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการคืนที่ดินกับประชาชน และดึงปัญหาหนี้นอกระบบให้กลับเข้ามาในระบบ ขอให้ผู้เสียหายติดต่อมายังหมายเลข 1155 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวและศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบ” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวและว่า บริษัทดังกล่าวได้ถูกสั่งปิดไปเรียบร้อยแล้วไม่สามารถดำเนินการได้อีก ขณะนี้จะดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ด้าน น.ส.ณชณฆ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า นายพิชย์พิพรรธ มีการเตรียมตัวมาอย่างดี โดยจัดส่งทีมงานที่สวมเครื่องแบบของยูเอ็นพร้อมระบุหมายเลขประจำตัวให้ไปส่งเอกสารเป็นภาษาอังกฤษยังชาวบ้าน ซึ่งตนได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการเรื่องไปถึงยูเอ็นประจำประเทศไทยให้ตรวจสอบว่าบริษัทพันปีกรุ๊ปว่าเป็นสมาชิกของยูเอ็นจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการส่งอีเมล์มาให้กับตนโดยอ้างว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งรับโอนเงินช่วยเหลือโครงการจากหน่วยงานต่างประเทศเข้ามาแล้ว

Advertisement

น.ส.ณชณฆ์ กล่าวอีกว่า ตนต้องการให้ยูเอ็นออกดำเนินการใดๆ เพื่อยืนยันให้ประชาชนทั่วไปทราบได้ว่าเป็นตัวแทนยูเอ็นจริงๆ เช่น ลักษณะเครื่องแบบ และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของภาครัฐที่อาจยังเข้าไม่ถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตนเกรงจะได้รับอันตราย จึงได้ขอความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ขณะที่ น.ส.สุภาพ สวัสดิ์รักษ์ ในฐานะผู้ประสานงานระหว่างผู้เสียหายกับหน่วยงานรัฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทพันปีกรุ๊ป มีการตั้งโครงการในหลายชื่อ เช่น เกศกัญญาฟาร์ม โครงการช่วยเหลือคนพิการ โดยมักจะอ้างถึงวลี จากเบื้องสูงสำหรับแจกจ่ายให้กับคนรากหญ้า หากผู้ใดจะแจ้งความก็จะถูกข่มขู่ หรือถูกฟ้องและตัดสิทธิการได้รับเงิน ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ถือว่ามีผู้เสียหายสูงสุดถึง 350 รายคาดว่าผู้มีอิทธิพลให้การสนับสนุนจึงสามารถดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งยังมีคนหลงเชื่ออีกมาก