เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ซึ่งมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองคดีการค้ามนุษย์ กระทรวงยุติธรรม ฯลฯ ร่วมประชุม
พล.อ.ประวิตร แถลงว่า สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล โดยคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานมาตรา 83 พระราชกำหนด (พรก.) การประมง ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วและการอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้ จำนวน 11,000 คน ได้เห็นชอบให้ต่ออายุการทำงานออกไปอีก 2 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยให้รายงานตัวทุก 1 ปี ที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ 22 จังหวัดชายทะเล ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2561
พล.อ.ประวิตร แถลงว่า ยังเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวทั่วไปที่ถือหนังสือเดินทางชั่วคราว เอกสารรับรองบุคคล เอกสารเดินทางที่ยังไม่หมดอายุและสนใจอยากจะเข้าสู่ภาคประมงสามารถเข้าสู่ระบบได้ โดยจะสามารถทำงานในกิจการประมงทะเลได้เป็นเวลา 1 ปี โดยใช้หนังสือคนประจำเรือเป็นใบอนุญาตการทำงานส่วนแรงงาน 42,000 คน ทางการพม่าตกลงจะจัดส่งแรงงานผ่านระบบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาในภาคประมงด้วย โดยการนำเข้าแรงงานจะผ่านบริเวณทางด่านเกาะสอง พม่า- จ.ระนอง ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยไทยจะจัดตั้งศูนย์แรกรับและสิ้นสุดการจ้างใน จ.ระนอง เพื่ออำนวยความสะดวกแรงงานกลุ่มดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายวิน เชน อธิบดีแรงงาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ยังได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงทะเลของไทย โดยทางการพม่าขอให้ทางการไทยแจ้งยอดจำนวนแรงงานที่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแทนการเดินทางเพิ่มเติม เพื่อจะได้นำเข้ามาทำงานในกิจการประทงทะเล นอกจากนี้ ให้แจ้งยอดแรงงานพม่าตำแหน่งผู้รับใช้ในบ้าน เนื่องจากมีนโยบายที่จะนำตำแหน่งผู้รับใช้ในบ้านไปพิจารณาด้วย

