คุมโก้-น้องชายแยกฝากขัง มือฆ่าเปิดความสัมพันธ์อ้าง ‘ไฮโซเชอรี่’ ลงมือก่อน แย่งไม้เบสบอลได้ฟาดหัวไม่ยั้ง!!

1.09.18 | 11:55 น.

เมื่อเวลา10.00 น. วันที่1 กันยายน ที่สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาฆ่าฆาตกรรม น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือไฮโซเชอรี่  นักธุรกิจอสังหาฯ และนายอนุวัฒน์ ชัยภา อายุ 32 ปี น้องชาย ที่พาหลบหนี ส่งศาลอาญาเพื่อฝากขัง โดยนายอัศยา แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสวมเสื้อหนังสีน้ำตาลคลุมทับ กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบ เดินขึ้นรถขังผู้ต้องหาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนนายอนุวัฒน์ แต่งกายสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว-น้ำเงินแขนยาว กางเกงวอรม์ขายาวสีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบ โดยพยายามก้มหน้าหลบผู้สื่อข่าว

พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งจากการสอบสวนนายอัศยา ทราบว่าผู้ต้องหาและผู้ตายคบหากันมานานกว่า1 ปี และมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ในเรื่องภรรยาเก่า และลูกของผู้ต้องหา ทุกครั้งฝ่ายผู้หญิงมักจะชอบลงมือทำร้ายร่างกายนายอัศยาทุกครั้งที่มีปากเสียง ส่วนวันเกิดเหตุได้มีปากเสียงกันจนถึงขั้นฝ่ายหญิงหยิบไม้เบสบอลที่วางไว้ที่โซฟาจะมาทำร้าย ผู้ต้องจึงแย่งไม้เบสบอลมาก่อนจะกระหน่ำตีไปที่ศีรษะของฝ่ายหญิงจนแน่นิ่งไปโดยจำไม่ได้ว่าตีไปกี่ครั้ง
“หลังจากตีฝ่ายหญิงจนแน่นิ่ง ก็ได้โยนไม้เบสบอลลงบนที่นอนก่อนจะเดินออกจากห้องและตรงไปหาน้องชายก่อนจะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยโกหกน้องชายว่าจะพาไปเที่ยว ส่วนเรื่องเงินของฝ่ายหญิงที่หายไปนั้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆทั้งสิ้น และเงินที่ใช้หลบหนี ก็เป็นเงินส่วนตัวของตนเองซึ่งก็ยังมีเงินเก็บเหลืออยู่” พ.ต.ท.พสิษฐ์ กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายอัศยา ในข้อหา”ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และ”ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” นำตัวส่งดำเนินคดีศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ส่วนนายอนุวัฒน์ แจ้งข้อหา”ช่วยเหลือผู้กระทำผิดหลบหนี” นำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 06.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย ได้นำตัวนายอัศยา ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกเป็นจุดที่จอดรถใต้ที่พักเลขที่59 กรีนพ้อยท์ เรสซิเด้นท์ ภายในซอยประดิษฐ์มนูธรรม19 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จุดที่2 เป็นทางเดินของที่พักดังกล่าวก่อนที่ทั้ง2 คนจะเข้าไปภายในห้องพักเลขที่2702 ชั้น7 จุดที่3 คือภายในห้องที่ทั้งคู่มีปากเสียงกันก่อนที่ผู้ต้องหาจะอ้างว่าฝ่ายหญิงจะใช้ไม้เบสบอลที่วางไว้ที่โซฟา มาตีตนเองจึงเกิดการยื้อแย่งกัน หลังจากแย่งมาได้ตนก็ใช้ไม้เบสบอลตีเข้าที่ศีรษะของฝ่ายหญิง จนแน่นิ่งไปโดยจำไม่ได้ว่าตีไปกี่ครั้ง จากนั้นได้โยนไม้เบสบอลทิ้งไม้บนที่นอน ก่อนจะหลบหนีไป