เมื่อวันที่ 1 กันยายน พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ผบก.ปทส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ชลิดา สุพันธมาส หรือเจ๊มู่หลาน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ถนนกรุงศรีใน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 21 ส.ค.61 ข้อหาร่วมกันแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาติ ร่วมกันมีไม้พะยูง ไม้ชิงชัน อันยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงด้วยกฎหมาย และข้อหาอื่นๆอีกรวม 6 ข้อหา ว่ามีการประสานการทำงานร่วมกับ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(บก.สส.บช.ภ.1) เพื่อติดตามจับกุมเนื่องจากข้อมูลการตรวจยึดโกดังไม้เถื่อนในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เมื่อปีพ.ศ.2558 มี น.ส.ชลิดา เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวคาดว่ายังหลบหนีการจับกุมอยู่ในประเทศไทย และมีการประสานงานกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)ด้วย
ผบก.ปทส.กล่าวว่า ส่วนด้านคดีที่ตรวจพบไม้ประดู่แปรรูปซุกซ่อนไว้ในตู้คอนเทรนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมส่งไปประเทศจีน ว่าได้นัดหมายกับทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อเรียกผู้เกี่ยวข้อง บริษัท บุญรอด อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต ที่กระทำพิธีการสำแดงสินค้าว่าเป็นกากอ้อย กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร มาพบพนักงานสอบสวน บก.ปทส.วันพุธที่ 5 กันยายน เวลา 13.00 น.
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวอีกว่าจากการสอบโกดังเลขที่ 545 หมู่ 2 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ที่ทาง บก.ปทส.กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าค้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา พบกองไม้แปรรูปและไม้ท่อนกระจายกันอยู่หลายกอง พบว่ามีชื่อสามีของเจ๊มู่หลาน เป็นผู้เช่าโกดัง ซึ่งทาง บก.ปทส.กับผู้เกี่ยวข้องจะนำไม้ประดู่ ที่ตรวจพบในตู้คอนเทรนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่ถูกอายัดมาตรวจDNAไม้เพื่อพิสูจน์ว่าตรงกับไม้ที่พบในโกดัง ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นของ น.ส.ชลิดา ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

