เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่สนามการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างการเดินทางมาให้กำลังใจเยาวชนไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 ว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อยกระดับฝีมือแรงงานมากขึ้น และการทำงานในยุคใหม่ก็ต้องใช้เครื่องมือใช้เทคโนโลยีมาช่วยตลอด เช่น การออกแบบ การดีไซน์ ก็จะมีโปรแกรมต่างๆ มารองรับมากมาย แต่ละประเทศต่างยกระดับฝีมือแรงงานของประเทศตน ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกันได้มีการปรับตัวพัฒนาตาม และนำมาขยายผลสู่เยาวชนของเราในการเป็นช่างฝีมือแรงงานต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ ต้องบอกว่าแต่ละประเทศมีขีดความสามารถมากเหมือนๆ กันหมด ไม่ต่างกันเลย แต่ที่ประเทศไทยทำได้ดี คือ อย่างในกลุ่มโรบอท หุ่นยนต์สั่งการต่างๆ ทั้งงานช่างอ็อกซ์ งานแฟชั่น หรืองานอาหาร ซึ่งเราดีขึ้น โดยการแข่งขันครั้งที่แล้วไทยได้ 5 เหรียญ ส่วนครั้งนี้ก็หวังว่าจะได้มากขึ้น
เมื่อถามว่าไทยจะได้เหรียญถึง 8 เหรียญหรือไม่ พล.อ.อดุลย์กล่าวว่า คาดหวังเรื่องการขยายผลการยกระดับฝีมือแรงงานของไทยให้มากขึ้น สร้างทักษะฝีมือแรงงาน การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เดินตามนโยบายที่เน้นเรื่องไทยแลนด์ 4.0 เพราะเราคงจะอยู่แบบเดิมไม่ได้ เราต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยในงานต่างๆ เรียกว่าต่อไปต้องใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยทั้งหมด ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายผลเรื่องแรงงานในอนาคต
“ในทุกเรื่องของอาชีพต้องใช้เทคโนโลยีมามีส่วนช่วยตลอด เห็นได้ชัด การออกแบบต่างๆ มีโปรแกรมเฉพาะ มีความเที่ยงตรงสูง หรือการใช้หุ่นยนต์ในการสั่งการต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และไทยต้องปรับตัวเองมากขึ้น ซึ่งกระทรวงแรงงานมีนโยบายเรื่องนี้ชัดเจน และจากนี้จะเร่งระดับมากขึ้น โดยเราเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับหลายส่วน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และปลายทาง อย่างผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นตลาดแรงงาน เราต้องทำงานร่วมกันทั้งหมด เพื่อให้มีการพัฒนาแรงงาน เพื่อรองรับความต้องการตลาดอย่างแท้จริง “
ผู้สื่อข่าวถามว่าตลาดแรงงานสาขาอะไรที่ยังต้องการมากในยุคไทยแลนด์ 4.0 พล.ต.อดุลย์กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีมามีส่วนสำคัญก็จะเป็นเรื่องช่างฝีมือต่างๆ ในการประกอบการ รวมไปถึงระบบโลจิสติกส์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 “World Skills ASEAN Bangkok 2018” กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องจัดการแข่งขันจำนวน 26 สาขาแบ่งเป็น 24 สาขาทางการ และ 2 สาขาสาธิต ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม 2561 – 2 กันยายน 2561 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีเยาวชนจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 331 คน ใน 6 กลุ่มสาขาอาชีพ ดังนี้ (1) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต (2) เทคโนโลยีการสื่อสาร (3) แฟชั่นและครีเอทีฟ (4) ขนส่งและโลจิสติกส์ (5) เทคโนโลยีก่อสร้างและอาคาร และ (6) บริการส่วนบุคคลและสังคม
โดยยึดตามสาขาที่มีการจัดแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 11 ณ ประเทศมาเลเซีย และการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 44 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งประเทศไทยได้ส่งเยาวชนในทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 52 คน โดยเยาวชนที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับโอกาสในการคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 45 ที่จัดขึ้น ณ เมืองคาซาน สหพันธรัสเซีย (World Skills Kazan 2019) ระหว่างวันที่ 22-27 สิงหาคม 2562 ต่อไป
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม One School One Country การประชุม ASEAN TVET Conference คู่ขนานกับการแข่งขันโดยผู้แข่งขันจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจำนวน 331 คน ดำเนินการแข่งขันเป็นเวลา 3 วัน และจัดพิธีปิดงานแข่งขันและประกาศผลรางวัลในวันที่ 4 กันยายน 2561 โดยมีเงินรางวัลให้กับเยาวชนที่ชนะการแข่งขัน แบ่งเป็น เหรียญทอง 150,000 บาท เหรียญเงิน 75,000 บาท เหรียญทองแดง 40,000 บาท เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 20,000 บาท รางวัลปลอบใจ 10,000 บาท ขณะที่เจ้าภาพการแข่งขันครั้งต่อไป คือ ประเทศสิงคโปร์

