ทส.นำร่อง ‘นาแห้วโมเดล’ แก้ปัญหาคนต้นน้ำ ให้อาศัยทำกินลุ่มน้ำชั้น 1, 2 ได้ แต่ห้ามบุกเพิ่ม
เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ อ.นาแห้ว จ.เลย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมรับฟังผลสรุปการปฏิบัติงานความก้าวหน้าและแผนการดำเนินงานตามโครงการจัดพื้นที่ “นาแห้วโมเดล” โดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการจัดหาที่ดิน (คทช.) ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้จัดทำ “นาแห้วโมเดล” ให้เป็นพื้นที่นำร่องแก้ปัญหาทรัพยากรเร่งด่วนในพื้นที่ จ.เลย ซึ่ง คทช.ได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. เห็นควรให้พิจารณาชุมชนที่มีความพร้อมเพื่ออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่โดยมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและทำกินภายใต้กติกาที่ออกแบบร่วมกันเพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติมรวมทั้งการพิจารณาคัดกรองในทุนและผู้ยากไร้ตามคำสั่ง คสช. ที่ 66 / 2557 ด้วย ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนซึ่งต้อง ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ที่สำคัญการใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบแปลงรวมโดยยังเป็นพื้นที่ของรัฐ จะทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ ทำกินตกทอดกันไปถึงชั่วลูกชั่วหลาน แต่จะไม่มีการนำไปซื้อขายจำหน่ายถ่ายโอน หรือเซ้งให้นายทุนเด็ดขาด
ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า อ.นาแห้ว มีพื้นที่ 392,235 ไร่ เป็นที่ดินเอกชน 14,041.86 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.58 และเป็นที่ดินของรัฐ 378,193.14 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 96.42 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ จำนวน 311,290.63 ไร่ หรือร้อยละ 79.36 โดยในปี 2558 มีพื้นที่คงสภาพป่าจำนวน 266,020 ไร่ หรือร้อยละ 67.82 สำหรับ อ.นาแห้ว มี 5 ตำบล 34 หมู่บ้าน มีหมู่บ้านทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 33 หมู่บ้าน แบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1, 2 จำนวน 22 หมู่บ้าน และทับซ้อนอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1, 2 บางส่วนอีก 11 หมู่บ้าน ส่วนอีก 1 หมู่บ้านอยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1, 2
นายอรรถพล กล่าวว่า พล.อ.สุรศักดิ์ได้มอบหมายกรอบการพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาคนอยู่ร่วมกับป่า แบ่งเป็นชุมชนที่อยู่ก่อนประกาศเขตป่า อ.นาแห้ว มี 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน อ.ด่านซ้าย ต.โป่ง 11 หมู่บ้าน และ ต.หนองหิน ต.ปวนพุ 4 หมู่บ้าน โดยใช้กลไกปกติเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของกองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) เพื่อขอเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 และพิจารณาควบคู่ตามโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่รัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1:4000 (วันแมป) สำหรับชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในลุ่มน้ำชั้น 1,2 ก่อนมติ ครม.30 มิ.ย.41 มี 4 มาตรการ คือ 1.จัดระเบียบการใช้ที่ดิน ทำกินและรองรับการอยู่อาศัยทำกินในลักษณะแปลงรวม 2.กำกับและควบคุมจัดการการใช้ที่ดินและป่าไม้ ภายใต้การอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืนห้ามบุกรุกขยายพื้นที่ 3.ฟื้นฟูสภาพป่าในรูปแบบการมีส่วนร่วม ปลูกป่า 3 อย่าง และ 4.ใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดการชะล้างพังทลาย

รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าวอีกว่า ส่วนชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในลุ่มน้ำชั้น 1,2 หลังมติ ครม.30 มิ.ย.41 ให้วางแผนร่วมกับราษฎรและกรรมการหมู่บ้านประชาคม เพื่อออกแบบคัดเลือกพันธุ์ไม้ตามแนวพระราชดำริปลูกป่า 3 อย่าง เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าโดยกรมป่าไม้จะจัดหาพันธุ์ไม้และให้ราษฎรเป็นผู้ดูแลไม้ที่ปลูกและราษฎรใช้ประโยชน์ที่ดินในระหว่างแถวของต้นไม้ได้โดยราษฎรจะได้รับประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากไม้ที่ปลูกและพืชพื้นล่างด้วย แต่ห้ามตัดไม้ที่ปลูก โดยต้องปลูกไม้ยืนต้นที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น สัก ประดู่ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ขณะที่ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำชั้น 3, 4, 5 ตั้งมติ ครม.30 มิ.ย.41 อนุญาตให้อยู่อาศัยและทำกินแบบแปลงรวมโดยออกแบบการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐโดยชุมชนต้องดูแลรักษาและใช้ประโยชน์พื้นที่ในลักษณะที่เกื้อกูลต่อการอนุรักษ์ตามที่กำหนดร่วมกัน อย่างไรก็ตามรูปแบบนาแห้วโมเดลไม่ได้จะนำไปใช้ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีคนบุกรุกทั่วประเทศ ต้องดูพื้นที่ที่มีความเหมาะสมด้วย

