จากเหตุที่ น.ส.นุชนาฏ พรหมณะ อายุ 36 ปี ได้ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ บนเส้นทึบของทางด่วนฉลองรัชฝั่งขาเข้า ชนท้ายรถที่จอดเสียข้างทางจนกระแทกร่างของ น.ส.ธัญญพัทธ์ วิพันธ์พงษ์ วัย 68 ปี ตกลงมายังพื้นข้างล่างเสียชีวิต เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 กันยายนนั้น
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมในการแก้ปัญหาการจราจรว่า จากสถิติของการทางพิเศษพบว่ามีหลายร้อยคันทีเดียวที่เข้าไปวิ่งในไหล่ทาง ส่วนใหญ่ที่ขับเข้าไปนั้นก็จะมีเหตุรถชน เหตุเมื่อวานนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเจ้าของรถกระเด็นตกลงมาจากทางด่วน ซึ่งที่ประชุมมองว่าต้องมีการให้ความรู้กับผู้ใช้รถว่าไม่ควรเข้าไปวิ่งในไหล่ทาง ด้านนักวิชาการก็มีข้อเสนอให้กำหนดว่าให้รถวิ่งในไหล่ทางได้บางช่วงเวลา
พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า พ.ร.บ.จราจรได้กำหนดไว้อยู่แล้วว่าห้ามไม่ให้เข้าไปใช้สัญจร แต่ก็ใช้ได้บางช่วงในการเร่งระบายรถ ซึ่งตนมองว่า ไหล่ทางนอกจากจะเป็นที่สำหรับจอดรถเสียแล้วยังเป็นช่องทางฉุกเฉินอีกด้วย ประเด็นดังกล่าวต้องแยกออกเป็นการขอความร่วมมือผู้ใช้รถไม่ให้เข้าไปขับในไหล่ทาง และหากต้องการความช่วยเหลือบนทางด่วน ขอให้พยายามชิดขอบทางซ้ายให้มากที่สุด พร้อมเปิดไฟขอทาง และติดต่อไปยังสายด่วนจราจร โทร 1197 หากคิดไม่ออกก็โทร 191 สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือแจ้งกับญาติตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นมีรายงานแจ้งจากเจ้าพนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน ถึงการเอาผิดกับ น.ส.นุชนาฏ ผู้ขับขี่รถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังคงบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจอยู่ ถ้าจะดำเนินคดีอะไรเพิ่มเติมต้องรอให้ น.ส.นุชนาฎออกจาก รพ.มาให้ปากคำก่อน หากรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิดอื่นใด อาจจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากญาติ น.ส.ธัญญพัทธ์ที่ตกทางด่วนเสียชีวิต

