เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) โดย พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม.(ปป.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. กล่าวถึงกรณีการจับกุมชาวต่างชาติสัญชาติจีน 5 คนประกอบด้วยนายหวัง ยี่จุน อายุ 48 ปี น.ส.หลี่ กุ้ยเซียง อายุ 50 ปี นายจ้าว ชิง อายุ 51 ปี นาย และ นายเจีย สี อายุ 47 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง พร้อม นายชาน กวงเพง อายุ 26 ปี ในข้อหาร่วมกันก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้หลับหนีมายังประเทศไทย หลังก่อคดีกระทำความผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและฉ้อโกงมูลค่ารวมกว่า 17,150 ล้านบาท
พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า สืบเนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จึงได้ประสานงานกับสถานฑูตจีนในรอบเดือนที่ผ่านมาและทราบว่ามีกลุ่มชาวจีนที่กระทำความผิด และได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย ภายหลังสืบทราบ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้เรียกประชุม ผบก.ในสังกัด สั่งการให้ทุกบก. ลงสืบสวนติดตาม ผู้ต้องหาชาวจีนที่กระทำความผิด โดยประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ สอท. สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่งผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งความผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและฉ้อโกงในสัญญา มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 3,430 หยวน หรือประมาณ 17,150 ล้านบาท โดยใช้อำนาจตามกฎหมายคนเข้าเมือง เพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรในฐานะบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ซึ่งในการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 5 คน รวมทั้งสิ้น 3 คดี
พล.ต.ต. อิทธิพล กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาบางรายมีลักษณะการก่อเหตุคล้ายกันคือเปิดบริษัทขายตรงและหลอกลวงผู้ที่สนใจเข้าร่วมบริษัทมาลงทุน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้แก่ผู้ต้องหา แต่หลังจากนั้นก็ได้ทำการปิดบริษัทและหนีเข้ามาหลบหนีที่ประเทศไทยพร้อมเงิน โดยนายหวัง ยี่จุนพร้อมนางสาวหลี่ กุ้ยเซีย ได้ถูกทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนออกหมายจับในความผิดฐานฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายกว่า 400 ล้านหยวน ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยทีมสอบสวน ตม.จว.สระแก้ว ได้สืบสวนและสกัดจับได้ที่จุดผ่านแดนถาวร บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว ก่อนหลบนี้เข้ากัมพูชาในวันที่ 28 สิงหาคม เช่นเดียวกันกับนายชาน กวงเพง อายุ 26 ปี ซึ่งต้องข้อหาในฐานความผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ มูลค่าความเสียหาย 3,000 ล้านหยวน ประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สามารถสืบสวนและสกัดจับได้ที่ด่านพรมแดนถาวร จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 1 (ขาออก) ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ในวันที่ 31 สิงหาคม
ส่วนนายจ้าว ชิง และนายเจีย สี จะมีพฤติการณ์ปล่อยเงินกูนอกระบบ เป็นการโกงเงิน และจะใช้กำลังทำร้ายร่างกาย บังคับให้ทำสัญญา เป็นสัญญาบังคับที่เจ้าของเงินได้ประโยชน์ ซึ่งผู้เสียหายหลายรายได้ทำการแจ้งความ ทำให้ผู้ต้องหาทั้ง2 ต้องหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยซึ่งทางสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในฐานความผิดฉ้อโกงสัญญา มูลค่าความเสียหาย 30 ล้านหยวน ประมาณ 150 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาที่งสองคน ได้เดินทางมาพำนักอยู่ที่ จ.ชลบุรี จึงได้ติดตามและสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนหน้าโรงเรียนพัทยาอรุโณทัย หมู่ที่9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในวันที่ 31 สิงหาคม
เบื้องต้นเจ้าหน้าได้ประสานกับทางการจีนเพื่อกักตัวไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการนำเงินดังกล่าวมาฟอกเงินในประเทศไทยหรือไม่ เมื่อดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จก็จะส่งตัวกลับประเทศจีนต่อไป

