ม.สุรนารี โชว์สายพันธุ์โคเนื้อ.“โคราชวากิว” พร้อม แปรรูปเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ภายใต้แผนการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างโดยการใช้น้ำเชื้อโคพันธุ์วากิวพันธุ์แท้มาผสมเทียมกับแม่วัวไทย เลี้ยงง่าย โตเร็ว ไขมันแทรกสูง ทำให้ได้กำไรสูง กว่าโคเนื้อพันธุ์อื่น 8 เท่า
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ลงพื้นที่เพื่อทดสอบและติดตาม “โครงการผลิตโคเนื้อโคราชวากิวแบบครบวงจร” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการหลักตามนโยบายอีสาน 4.0 และเป็นอุตสาหกรรมมุ่งเน้น (Flagship Project) ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (จ.นครราชสีมา) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยมี รศ.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มทส.และผู้บริหาร มทส.ให้การต้อนรับ
รศ.วีระพงษ์ เปิดเผยว่า โคพันธุ์โคราชวากิวเป็นผลงานวิจัยและปรับปรุงสายพันธุ์ โดย รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส.โดยริเริ่มที่จะทำการผลิตโควากิวลูกผสมขึ้น ตั้งแต่ ปี 2548 เพื่อปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อของไทยให้มีเนื้อนุ่มและไขมันแทรกสูง โดยการนำน้ำเชื้อโคพันธุ์วากิวมาผสมเทียมให้กับแม่โคในเมืองไทย ทำให้ได้ลูกโครุ่นแรกเป็นโควากิวจากนั้นนำลูกโคเพศผู้อายุ 12 เดือนที่ตอนแล้ว มาขุนอย่างประณีตอีก 24 เดือน จนมีอายุครบ 36 เดือน ซึ่งสามารถทำให้ได้ไขมันแทรกในเนื้อโคเกรด 4-6 ซึ่งสูงกว่าเนื้อโคพันธุ์อื่นๆ ที่ผลิตได้ในประเทศไทย การเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์โคราชวากิว นอกจากช่วยลดการนำเข้าเนื้อโคที่มีความนุ่มและไขมันแทรกสูงแล้ว ยังสามารถผลิตเพื่อการส่งออกไปขายต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบอาเซียนและจีนอีกด้วย
“ปัจจุบันเนื้อโคพันธุ์โคราชวากิวมีราคาสูงกว่าโคพันธุ์อื่น 5-8 เท่า มีความต้องการของตลาดสูง ทดแทนการนำเข้าเนื้อโคคุณภาพดี และมีโอกาสขยายตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการส่งออกได้อีกด้วย” รศ.วีระพงษ์ กล่าว
อธิการบดี มทส.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา มทส. ได้มีการส่งเสริมการผลิตโคเนื้อ โคราชวากิวให้เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรอย่างแพร่หลาย ตลอดจน มีความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ในส่วนของการเลี้ยงโคขุน สหกรณ์ผู้เลี้ยงฯ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา และปัจจุบันนี้ เรากำลังจะยกระดับการพัฒนาการเลี้ยงโคขุนและการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุนอย่างครบวงจร โดยใช้กลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร จะยกระดับการเลี้ยงโคไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพได้ โดยทาง มทส.และเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จะสนับสนุนและให้บริการ ฐานข้อมูล การเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ ทดสอบและมาตรฐาน การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงการให้บริการวิจัยและร่วมวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตามห่วงโซ่คุณค่าการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง โคราชวากิวที่จะสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปเนื้อโคขุนให้แข่งขันได้กับต่างประเทศ และที่สำคัญคือเราต้องการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างคุณค่าให้ด้านเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง

“กว่า 15 ปี สำหรับการวิจัยและพัฒนา “โคราชวากิว” มีการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคพันธุ์โคราชวากิวใน 23 จังหวัดครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทย มีเกษตรกรที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตโคเนื้อ “โคราชวากิว” กว่า 100,000 ครัวเรือน มีวิสาหกิจโควากิว เกิดขึ้นมากกว่า 20 แห่ง มทส. มีการให้บริการห้องปฏิบัติการแปรรูปและวิเคราะห์คุณภาพเนื้อ และบรรจุเนื้อโคพันธุ์โคราชวากิว สำหรับผู้ประกอบการ บ่มเพาะผู้ประกอบการ เพื่อจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าในกลุ่มร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเกต (เครือเซนทรัล เครือเดอะมอลล์) โรงแรม และลูกค้ารายย่อย เป็นต้น” รศ.วีระพงษ์ กล่าว


