ฟันแล้ว!! จ่อให้ออกแก๊งสีกากีอุดรฯ รีดส่วยลูกชิ้น7หมื่น-ไถรายเดือนอ้างชุดลิขสิทธิ์

7.09.18 | 09:20 น.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สามีภรรยาเจ้าของโรงงานลูกชิ้นหมูยอใน อ.เมือง จ.อุดรธานี นำหลักฐานภาพวงจรปิด เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ว่าถูกกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรรโชกทรัพย์และเรียกเก็บส่วยรายเดือน เหตุเกิดเมื่อ 3 กันยายนที่ผ่านมาว่า ภ.จว.อุดรธานี รายงานว่า ผู้แจ้งได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับคนร้ายอ้างเป็นตำรวจชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรรโชกทรัพย์และเรียกเก็บส่วยรายเดือน โดยเมื่อวันที่ 3 กันยายน เวลากลางวัน ได้มีลูกค้าโทรมาสั่งหมูยอ 200 กิโลกรัม ราคา 5,000 บาท ไปส่งที่ลานจอดปั๊ม ปตท. หลังตลาดไทยอีสาน โดยเจ้าของโรงงานได้มอบหมายให้คนงานนำหมูยอไปส่งลูกค้าเมื่อไปถึงที่นัดหมาย ได้มีชายอ้างว่าเป็นตำรวจ 5-6 คน แต่งตัวนอกเครื่องแบบ ขอตรวจค้นหมูยอและสอบถามการได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งคนงานบอกกับกลุ่มชายดังกล่าวว่าไม่มี จึงถูกควบคุมตัวมาที่โรงงานลูกชิ้นหมูยอ และสอบถามหาเจ้าของโรงงาน โดยได้สอบถามเจ้าของโรงงานเกี่ยวกับใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา ซึ่งเจ้าของโรงงานแจ้งว่าไม่มี กลุ่มชายดังกล่าวจึงได้พาเจ้าของโรงงานกับพวกมาที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และได้เรียกร้องเงินจำนวน 70,000 บาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ให้ถูกดำเนินคดี เจ้าของโรงงานจึงได้มอบเงินจำนวน 70,000 บาท ให้กลุ่มชายดังกล่าวไปนอกจากนี้กลุ่มชายดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้เจ้าของโรงงานจ่ายเงินให้อีกเดือนละ 5,000 บาท เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีอีกด้วย


“ในชั้นนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานไว้แล้ว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานร่วมทำการตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ ซึ่งจากการตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏในภาพเบื้องต้น พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง 2 นาย ส่วนอีก 3-4 คนที่กล่าวถึงนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ทราบว่าเป็นผู้ใด เป็นตำรวจหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้มีคำสั่งทางวินัย ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยหากพบว่าเป็นตำรวจจริงจะดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนการดำเนินคดีทางอาญานั้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทำการสอบสวน ในความผิดฐาน “ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน ต่อไป” รองโฆษก ตร.กล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต เป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่องดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว

Advertisement