“จิสด้า”- สวทช. คัดสุดยอดงานวิจัยไปอวกาศ ปี 2 เผย “ระบบพยุงชีพ– สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง” แชมป์

8.09.18 | 12:53 น.

วันที่ 8 กันยายน นายดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า และประธานคณะทำงานเพื่อพิจารณางานวิจัยที่จะนำไปทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยว่า จิสด้า ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ผนึกกำลังค้นหางานวิจัยที่จะส่งไปทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง หรือ National Space Exploration ปี 2 ซึ่งหลังจากปิดรับสมัครมีผู้สนใจส่งหัวข้องานวิจัยเพื่อส่งไปทดลองในอวกาศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกและกลั่นกรองจากการนำเสนอผลงานที่ทุกทีมส่งเข้ามาจนได้สุดยอด 6 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบได้แก่ ทีมที่ 1 “การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเหลวจากกระบอกฉีดยาในระบบหมุนเวียนเลือดจำลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง” จาก ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ทีมที่ 2 “ระบบพยุงชีพที่ยั่งยืนจากไข่น้ำสำหรับการสำรวจอวกาศในอนาคต” จาก ม.มหิดล ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.แม่โจ้, ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี ทีมที่ 3 “การผลิตแก๊สชีวภาพภายใต้สภาวะไร้น้ำหนักและการวิเคราะห์ประชากรจุลินทรีย์”จาก ม.สงขลานครินทร์ ม.ราชภัฏยะลา ทีมที่ 4 “ประสิทธิภาพในการป้องกันการทำลาย DNA จากรังสีเอ็กส์ (x-ray) ของโปรตีน Dsup (Damage Suppressor Protein)” จาก ร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ ทีมที่ 5 “ผลของสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงต่อการผลิตกรดแกมมาพอลิกลูตามิกโดยแบคทีเรีย Bacillus subtilis” จากจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.เทคโนโลยีสุรนารีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และทีมที่ 6 “การติดเชื้อ Cryptosporidium spp ในหนูทดลองภายในสถานีอวกาศ” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกและมหาวิทยาลัยมหิดล

นายดำรงค์กล่าวต่อว่า ทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมีความสามารถและความเก่งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะรูปแบบการนำเสนองานวิจัยที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีไอเดียในทุกขั้นตอน พร้อมการยกตัวอย่างโมเดลที่น่าสนใจและเสมือนจริง สามารถตอบข้อซักถามจากคณะกรรมการได้ดี ซึ่งถือว่าแต่ละทีมทำการบ้านมาดีและต่างงัดไม้เด็ดงานวิจัยของตนเองมาโชว์อย่างเต็มที่ โดยทีมที่ผ่านเข้ารอบในปีนี้ และมีโอกาสที่จะส่งงานวิจัยไปทดลองในอวกาศมีอยู่ 2 ทีมด้วยกัน คือ งานวิจัยของทีมที่ 2 เรื่อง “ระบบพยุงชีพที่ยั่งยืนจากไข่น้ำสำหรับการสำรวจอวกาศในอนาคต” และงานวิจัยของทีมที่ 5 “ผลของสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงต่อการผลิตกรดแกมมาพอลิกลูตามิกโดยแบคทีเรีย Bacillus subtilis” ซึ่งทั้ง 2 ทีมจะได้รับสิทธิในการทดลองงานวิจัยต่อไป เพื่อยกระดับพัฒนานวัตกรรมด้านงานวิจัยอวกาศสู่มาตรฐานสากล

Advertisement