เปิดร่างพ.ร.บ.อัยการใหม่ สาระสิทธิเลือกก.อ.กว้างขึ้น ปธ.ก.อ.ใหม่เลือกจากอัยการทั่วประเทศ

9.09.18 | 17:35 น.

อัยการธนกฤตเปิดร่าง พ.ร.บ.อัยการใหม่ เผยสาระสิทธิเลือก ก.อ.กว้างขึ้น ปธ.ก.อ.ใหม่เลือกจากอัยการทั่วประเทศ ส่วน อสส.นั่งรองปธ. เปิดยื่นถอดถอน ก.อ.ได้ ห้ามอัยการนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ


เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่าย อัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … เป็นกฎหมาย โดยร่างดังกล่าวมีสาระสำคัญดังนี้ มาตรา 18 คณะกรรมการอัยการ(ก.อ)มีจำนวน 15 คนประกอบด้วย ประธาน ก.อ. (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) โดยมีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน ก.อ.

ส่วน ก.อ.ประกอบด้วย รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คน โดยตำเเหน่ง

เเละ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน ซึ่งมาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย ประกอบด้วย อัยการชั้น 5 ขึ้นไปจำนวน 4 คน อัยการที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน รวมเป็น6 คน นอกจากนี้ยังมี กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นอัยการมาก่อนและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) รวมเป็น 15 คน

Advertisement

โดยให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นเลขานุการ ก.อ.

สำหรับ คุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นประธาน ก.อ. จะเป็นผู้รับบำเหน็จบำนาญตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเคยรับราชการเป็นข้าราชการมาแล้วในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาคหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหน้าสวนราชการที่เทียบเท่า ทั้งนี้ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเป็นเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนได้รับเลือก

โดยประธาน ก.อ. มีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกับหม่อมแต่งตั้ง ส่วน ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปีนับแต่วันที่ อสส. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยประธาน ก.อ. และ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว

สำหรับมาตรา 23 บัญญัติว่าอัยการผู้ช่วยไม่มีสิทธิ์เลือกประธาน ก.อ.หรือ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ
อสส. ต้องดำเนินการให้มีการเลือกประธาน ก.อ.และ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิภายใน 60 วันก่อนวันครบกำหนดวาระหรือภายใน 60 นับแต่วันที่มีเหตุต้องเลือก

มาตรา 21 บัญญัติว่าเมื่อกฎหมายใช้บังคับหาก ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิในปัจจุบันประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นประธาน ก.อ. หรือ ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องลาออกจากตำแหน่งอัยการผู้ทรงคุณวุฒิภายใน 15 วันนับแต่วันที่กฎหมายนี้บังคับใช้

ด้าน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายถึง ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า

ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 248 วรรค 3 กำหนดว่า ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ต้องไม่เป็นพนักงานอัยการซึ่งแตกต่างจากเดิมที่อัยการสูงสุดเป็นประธานคณะกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการพ.ศ. 2553 มาตรา 18 (1)

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 248 วรรค 3 กำหนดให้มีกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อนที่ได้รับเลือกจากพนักงานอัยการ จำนวน 2 คน โดยไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมาจากการเลือกโดยวุฒิสภาจำนวน 2 คน และแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีอีกจำนวน 1 คน และมาจากการเลือกโดยคณะกรรมการอัยการจำนวน 1 คน เช่นที่เคยบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการพ.ศ. 2553 มาตรา 18 (4) และ (5)

และตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 248 วรรค 4 กำหนดให้ต้องมีการบัญญัติกฎหมายให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้พนักงานอัยการกระทำการหรือดำรงตำแหน่งใด อันอาจมีผลให้การสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปโดยอิสระ รวดเร็ว เที่ยงธรรม หรือปราศจากอคติทั้งปวง หรืออาจทำให้มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์และมาตรการป้องกันนี้ต้องกำหนดให้ชัดแจ้งและใช้เป็นการทั่วไป โดยจะมอบอำนาจให้มีการพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปไม่ได้

จึงทำให้ต้องแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการ พ.ศ. 2553 ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ดังกล่าว

โดยร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการที่สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการ ของสนช.ได้มีการแก้ไขในหลายมาตรา ทำให้ร่างที่ สนช.แก้ไขมีความแตกต่างจากร่างเดิมที่สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอในหลายประเด็น ที่น่าสนใจ ได้แก่

1. เปิดกว้างบุคคลผู้มีสิทธิจะได้รับเลือกให้เป็นประธานก.อ.และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อน มากขึ้นกว่าเดิม โดยให้ ก.อ. พิจารณาจัดทำบัญชีรายชื่อทั้งจากบุคคลที่มาสมัครหรือจากที่ ก.อ. เห็นสมควรให้เป็นประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ขณะที่ร่างเดิมกำหนดให้การเลือกประธานก.อ.และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อน คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) จะเป็นผู้พิจารณารายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วจึงให้อัยการเลือกจากรายชื่อที่ ก.อ. กำหนดให้ดังกล่าว

2. ตัดข้อความของร่างเดิมที่กำหนดให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง ออก อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ จึงมีตำแหน่งเพียงเป็นเลขานุการ ก.อ. เช่นเดิมตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 18

3. กำหนดเพิ่มรองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโสที่เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง ให้เพิ่มจาก 4 คน เป็น 5 คน

4. กำหนดให้การเลือกประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิต้องกระทำภายใน 60 วันก่อนวันครบกำหนดวาระหรือภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีเหตุต้องเลือก ขณะที่ร่างเดิมกำหนดให้จะต้องกระทำภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีเหตุต้องเลือก

5. กำหนดให้การออกเสียงลงคะแนนเลือกประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องกระทำโดยวิธีลับ

6. กำหนดให้ กรณีที่คณะกรรมการอัยการเหลือแต่เพียงกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง ให้กรรมการอัยการโดยตำแหน่งเป็นองค์ประชุมและให้กระทำได้แต่เฉพาะเท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน

7. กำหนดให้กรณีที่ประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิครบกำหนดวาระ ให้ประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่เท่าที่จำเป็นไปพลางก่อนจนกว่าประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่

8. กำหนดให้การเลือกประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องกระทำภายใน 120 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการฉบับใหม่ใช้บังคับ ขณะที่ร่างเดิมกำหนดให้ต้องดำเนินการเลือกให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับใหม่ใช้บังคับ

9. กำหนดให้กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน หากประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นประธาน ก.อ. หรือกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับใหม่ใช้บังคับ

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการฉบับใหม่กำหนดให้คณะกรรมการอัยการ มีจำนวน 15 คน เท่าเดิม ซึ่งประกอบไปด้วย ประธาน ก.อ. อัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คน และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน

สำหรับคณะกรรมการอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการฉบับใหม่กำหนดให้ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าจะมีประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่

ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการฉบับใหม่นี้ คือ มีบทบัญญัติที่กำหนดให้ข้าราชการอัยการจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการอัยการทั้งหมด สามารถเข้าชื่อถอดถอนประธาน ก.อ. และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่ง รวมทั้งมีบทบัญญัติที่กำหนดเรื่องการลงมติถอดถอนไว้ ซึ่งในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการ พ.ศ. 2553 ฉบับปัจจุบัน ไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้

นอกจากนี้ ยังมีบทบัญญัติที่ห้ามไม่ให้อัยการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน กรรมการ ผู้จัดการ ที่ปรึกษากฎหมาย หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือกิจการอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีวัตถุประสงค์มุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งอื่นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 248 วรรค 4 และบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 277 วรรค 3

โดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการอัยการฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป