สพฉ.แจงรถพยาบาลขน “ยาบ้า” ไม่ใช่รถในระบบ แนะปชช.ตรวจสอบรถฉุกเฉินถูกต้องง่ายๆ

10.09.18 | 20:54 น.

จากที่มีข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมรถพยาบาลกลุ่มหนึ่งที่ขนยาเสพติดโดยใช้รถพยาบาลเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่นั้น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากข้อมูลที่เรารับทราบจากข่าวและ ได้ทำการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้วพบกว่า รถคันที่ใช้ก่อเหตุนั้นไม่ใช่รถที่อยู่ภายใต้ระบบของ 1669 โดยจะมีรถอยู่ 1 คันที่ติดสติ๊กเกอร์สีเขียวที่เหมือนผ่านการรับรองมาตรฐานรถจากสพฉ. ซึ่งเคยรับรองรถคันดังกล่าวจริง และรถคันดังกล่าวเป็นรถหน่วยเสริมของท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นรถของบริษัทเอกชนที่ทางท้องถิ่นแห่งนั้นได้จ้างให้มาดำเนินงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ โดยรถคันดังกล่าวได้ถูกยุติการรับรองไปเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะในการทำงานต่อเพียงแต่ว่าไม่เอาสติ๊กเกอร์ออก ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นรถที่ยังทำงานในระบบอยู่

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าแม้รถคันดังกล่าวจะอยู่นอกระบบของสพฉ. แต่นโยบายของ สพฉ.ชัดเจนคือไม่สนับสนุนการทำผิดกฎหมายในทุกๆ กรณี ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมายที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร หรือการขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในช่วงที่ไม่ได้มีการไปรับหรือส่งผู้ป่วยเราก็ไม่สนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดกฎหมายไม่ว่าจะกรณีใดๆ ยิ่งเป็นการขนยาเสพติดยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรับได้เพราะผิดทั้งกฎหมายบ้านเมืองและผิดทั้งจริยธรรมที่นำรถที่จะต้องใช่ส่งผู้ป่วยฉุกเฉินมาทำเช่นนี้

เลขาฯ สพฉ. กล่าวว่า สพฉ.เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งเรามีอำนาจหน้าที่ในการที่จะกำกับมาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องของหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินและผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินและสถานพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยที่ผ่านมา สพฉ.ได้ร่วมกับหลากหลายหน่วยงานจัดตั้งสายด่วน 1669 ขึ้นมา และไปการทำงานไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย โดยภายในระบบของ 1669 นั้นจะมีหน่วยปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับ 1669 ซึ่งหมายความว่าจะมีรถที่อยู่ในระบบปฏิบัติการในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งในส่วนของภาครัฐ เช่น โรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลของเอกชน ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ เทศบาลองค์การบริหารส่วนตำบล และในส่วนของมูลนิธิสมาคม นิติบุคคลต่างๆ ซึ่งจากการขึ้นทะเบียนหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน 1669 ของเราทั่วประเทศจะมีทั้งหมด 8,700 กว่าหน่วย และเรามีรถปฏิบัติการฉุกเฉินที่อยู่ในระบบและผ่านการจดทะเบียนตามมาตรฐานแล้ว 10,000 คัน

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการตรวจสอบว่ารถพยาบาลฉุกเฉินที่เห็นวิ่งอยู่ตามท้องถนนนั้นเป็นรถที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสพฉ.แล้วหรือไม่ สามารถตรวจด้วยตนเองได้ง่ายๆ ด้วยแอพพลิเคชั่น EMS Certified ที่ทางสพฉ.ได้จัดทำขึ้นโดยเมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นในระบบสมาร์ทโฟนมาแล้วประชานสามารถตรวจสอบได้ 2 ช่องทางคือ 1. ถ่ายรูปถ่ายรูป คิวอาร์โค้ด ของรถปฏิบัติการฉุกเฉินหรือรถกู้ชีพฉุกเฉิน เพื่อนำมาสแกนในแอพพลิเคชั่น ว่าได้ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้วหรือยังถ้าไม่ขึ้นในระบบแสดงว่ารถคันดังกล่าวยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และ 2. ตรวจสอบได้โดยการพิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วเลือกชื่อจังหวัดของรถคันนั้น ก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่ารถปฏิบัติการฉุกเฉินหรือรถกู้ชีพฉุกเฉินคันดังกล่าวผ่านมาตรฐานหรือไม่เช่นกัน

Advertisement