หน้าแรก ในประเทศ กลับจากงานไหว...

กลับจากงานไหว้ครู เตรียมส่งเพื่อน กระบะตัดหน้า-หักหลบชนทะลุกำแพงบ้าน ดับ 1 เจ็บ 10

11.09.18 | 12:21 น.

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 กันยายน ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนทะลุเข้าไปในบ้านเรือนประชาชนหลังหนึ่งใน ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง รถกู้ชีพสมาคมบัวเพรช เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดพบประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่รวมทั้งสิ้น 10 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และพบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ถูกรถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร หมายเลขทะเบียน 2กก 9488 กรุงเทพมหานคร ชนทะลุไปชนกับบ้านเช่าไม่มีเลขที่อีก 1 หลัง ใต้ท้องรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อนางเบญจวรรณ เปรมสด อายุ 40 ปี ชาว ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งนอนอยู่ในบ้าน ก่อนถูกรถคันดังกล่าวชนทะลุบ้านจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากใต้ท้องรถคันดังกล่าว

นายคม ช้อยผาย อายุ 52 ปี บอกว่า ขณะที่ตนนอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงดังโครม และสุนัขเห่าเป็นจำนวนมาก จึงออกมาดู พบว่ามีรถชนเข้าไปในบ้านคนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

นายโอภาส สดเปรม อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้าน 5 คน ส่วนผู้ตายเป็นน้องสาว ขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน แต่มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปบอกว่ามีรถชนเข้าไปในบ้านและน้องสาวเสียชีวิต ตนจึงรีบมาดูที่เกิดเหตุดังกล่าว

Advertisement

ทราบชื่อคนขับรถคือ นายพงศกร ทรัพย์เสือ อายุ 30 ปี ให้การว่า ตนเอง พร้อมญาติ และเพื่อนๆ จำนวน 5 คน ได้ไปงานไหว้ครูที่ข้างวัดแสงสรรค์ และกำลังจะไปส่งเพื่อนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะกลับบ้านที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะตัดหน้า ตนจึงหักหลบ ทำให้รถชนเข้าไปในบ้านคนข้างทาง มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและจะได้เชิญผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 คนมาสอบสวนอีกครั้ง ส่วนนายพงศกร ทรัพย์เสือ คนขับรถ ได้ให้เข้าโรงพยาบาลไปก่อนและจะได้นำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้ง