เปิด 9 สัญญาณฆ่าตัวตาย กับ 8 สิ่งที่คนรอบข้างควรช่วยเหลือ

11.09.18 | 12:29 น.

ทุกวันที่ 10 กันยายนทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก(World suicide prevention day) ในปีนี้ สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายนานาชาติได้เรียกร้องให้ทุกประเทศรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม ร่วมมือกันเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย  (Working Together to Prevent Suicide ) เนื่องจากเป็นปัญหาที่สามารถป้องกันได้   โดยทั่วโลกมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จปีละประมาณ 800,000 คน เฉลี่ย 1คนในทุกๆ 40 วินาที มากกว่าตายจากสงครามและถูกฆ่าตายรวมกัน  เกือบร้อยละ80 อยู่ในประเทศรายได้ต่ำ-ปานกลาง  องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าจะลดอัตราการเสียชีวิตลงร้อยละ 10 ภายในปีพ.ศ.2563

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศไทย ทีมวิชาการได้ประมาณการว่าแต่ละปี มีผู้พยายามทำร้ายตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายประมาณ 53,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน กระจายอยู่ทุกชุมชน   ส่วนใหญ่เป็นวัยแรงงาน  ในปี 2559 มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จจำนวน 4,131 คน เป็นชายมากกว่าผู้หญิง เท่าตัว อายุต่ำสุด 10 ปี สูงสุด 100 ปี ส่วนใหญ่เป็นโสด ประเทศต้องสูญเสียเศรษฐกิจปีละกว่า 400 ล้านบาท  ข่าวการฆ่าตัวตายแต่ละครั้งกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยในจิตใจแต่ละคน โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิด ต้นเหตุที่มักพบได้บ่อยที่สุดมาจาก 5 เรื่อง คือ ความสัมพันธ์บุคคล  สุรา ยาเสพติด สังคม และเศรษฐกิจ ในผู้ชายมักมีปัจจัยความเสี่ยงมาจากปัญหาโรคทางจิต ดื่มสุรา ใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะการดื่มสุรามากขึ้นจะมีโอกาสลงมือทำร้ายตัวเองมากกว่าผู้หญิงที่มีปัญหาถึง 2 เท่า   ส่วนในผู้หญิงมักมีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์ได้แก่ น้อยใจ ถูกตำหนิดุด่า ผิดหวังความรัก

“สภาพวิถีชีวิตของคนไทยขณะนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเขตเมือง ซึ่งจะเริ่มคุ้นเคยกับการดำรงชีวิตแบบเร่งด่วน เร่งรีบ หรือที่เรียกว่าควิก-ควิก(Quick-Quick) ความเคยชินอาจจะมีผลทำให้มีรูปแบบความคิดแบบเร่งรีบอย่างไม่รู้ตัวตามไปด้วย  มักจะบอกว่าไม่มีเวลา ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากไตร่ตรอง ไม่มีทางเลือกแล้ว  เมื่อเผชิญกับแรงกดดันความเครียดต่างๆ ผู้ที่มีความคิดแบบนี้ อาจลงมือแก้ปัญหาแบบมุทะลุ หุนหันพลันแล่น  มีโอกาสผิดพลาดได้สูง เพราะขาดการไตร่ตรอง  ขาดความยั้งคิด”  อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว และว่า อย่าไงรก็ตาม หากมีปัญหาสุขภาพจิต สามารถปรึกษาได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

อนึ่ง สำหรับข้อมูลโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ กรมสุขภาพจิต ได้เปิดเผยสัญญานเตือนของผู้ที่คิดจะฆ่าตัวตาย มี 9 สัญญาณ เมื่อพบต้องเข้าไปพูดคุยทันที ได้แก่ 1. ชอบพูดเปรยๆหรือระบายความรู้สึกผ่านสังคมออนไลน์ว่าอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครรัก ไร้ค่า ไม่มีใครสนใจ 2. เดินทางไปเยี่ยมคนรู้จักโดยที่ไม่เคยทำมาก่อนเหมือนไปบอกลา 3. แยกตัวไม่พูดกับใคร สีหน้าเศร้าหมอง ซึมเศร้า  4. มีการแจกจ่ายของรักของหวง พูดจาฝากฝังคนข้างหลัง ทำพินัยกรรมในเวลาที่ยังไม่สมควร  5.ติดเหล้าหรือใช้ยาเสพติดหนักในช่วงนี้   6. ทรมานจากการเจ็บป่วยเรื้อรังจนต้องพึ่งยารักษาเป็นประจำ   7.  นอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลานานๆ  8. ประสบปัญหาชีวิตเช่น ล้มละลาย สูญเสียคนรักกะทันหัน  เป็นโรคเรื้อรัง  พิการจากอุบัติเหตุ และ9. มีอารมณ์ดีขึ้นอย่างกะทันหันตรงกันข้ามกับที่ผ่านๆมา ซึ่งเป็นช่วงอาจแสดงว่าเขารวบรวมความกล้าและตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะฆ่าตัวตาย

นอกจากนี้ ยังมี  8 สิ่งที่ควรรีบทำเมื่อเห็นสัญญาณเตือนเสี่ยงฆ่าตัวตายในโลกโซเชียล  1.สดงความเต็มใจช่วยเหลือ   2.ยอมรับ ว่าสิ่งที่เขาโพสต์นั้นเป็นปัญหาของเขาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น    3.ให้กำลังใจ  4.พิมพ์ข้อความให้คำปรึกษา  5.ชักชวนทำกิจกรรม อย่าให้อยู่คนเดียว    6.บอกญาติและอยู่ให้ห่างจากอุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง  7.แนะนำบริการให้คําปรึกษา  และ 8.ติดต่อแหล่งให้ความช่วยเหลือ

Advertisement