เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือเก่ง เกียร์อาร์ อดีตดีเจ โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ว่าตนเองได้รับใบขับขี่อีกครั้ง ว่า โซเชียลมีเดียไม่ได้มีไว้แค่เพื่อบอกว่าเราทำอะไร หรืออวดว่าเราทำอะไร แต่ในทางตรงข้าม โซเชียลมีเดียวันนี้นิยมการตรวจสอบว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริง ข้อมูลที่ปรากฏจึงเป็นข้อมูลสาธารณะที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง หรือที่ต้องคิดแล้วมีประเด็นทางสังคม จะถูกวิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต และนำไปสู่การตรวจสอบ ได้รับโทรศัพท์จากสื่อมวลชนสอบถามเรื่องใบขับขี่ของนายภัทรศักดิ์ที่เคยมีคดีถอยรถชน สอบถามถึงคำพิพากษาที่อัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องคดีไว้
นายโกศลวัฒน์กล่าวต่อไปว่า จึงได้ให้นิติกรสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 (พระนครเหนือ) ไปคัดคำพิพากษาที่ศาลอีกครั้งจนทราบว่า ศาลแขวงพระนครเหนือซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้พิพากษาลงโทษจำคุกนายภัทรศักดิ์ จำเลยเป็นเวลา 3 เดือน 15 วัน ไม่รอลงอาญา และสั่งเพิกถอนใบขับขี่ จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง 3 เดือน 15 วัน จำเลยยื่นฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาให้รอการกำหนดโทษ 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี จะเห็นได้ว่า จำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษาเฉพาะโทษจำคุก แต่ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์โทษเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ดังนั้นประเด็นปัญหาว่าศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้หรือไม่ จึงยุติไปตามศาลชั้นต้น คือ ศาลให้เพิกถอนใบอนุญาตและคำพิพากษาส่วนนี้ถึงที่สุดแล้ว ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งศาลชั้นต้นจะมีหนังสือแจ้งให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามคำพิพากษา
รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า นายกมล บูรณพงษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ชี้แจงผ่านสื่อแล้วว่านายภัทรศักดิ์มาขอออกใบขับขี่หรือใบอนุญาต โดยอ้างว่าศาลพักใช้ใบอนุญาตเท่านั้น ซึ่งขณะที่มาขอ กรมการขนส่งฯยังไม่ทราบ และยังไม่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุดจากศาล จึงออกใบอนุญาตให้นายเก่งไป และกำลังจะเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์เมื่อได้รับหนังสือสำคัญจากศาลต่อไป ทั้งนี้ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามที่นายภัทรศักดิ์ได้โพสต์ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องพบเห็นก็จะมาช่วยกันดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป
“การโพสต์เฟซของนายเก่งจะเป็นการสร้างผลลบให้ตัวเอง เพราะโซเชียลก็จะออกมาทวงถาม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ก็จะต้องดำเนินการกันต่อไป เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่นำโซเชียลมีเดียมาช่วยกันตรวจสอบสังคม และช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย และขอฝากให้ระมัดระวังการโพสต์การแชร์ไม่ให้ผิดกฎหมาย เช่น การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์” นายโกศลวัฒน์กล่าว

