แจ้งข้อหาวินจยย.สาว’อั้งยี่-ยุยง’ ฐานครอบครองเสื้อ’สหพันธรัฐไท’คุมตัวส่งฝากขังศาลอาญา

12.09.18 | 14:21 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน).กก.1บก.ป. ทำการเบิกตัวนางวรรณภา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา “อั้งยี่” ไปทำการฝากขังยังศาลอาญาผัดแรก หลัง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นำตัวมาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯดำเนินการตามกฎหมายเมื่อเย็นวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ามีการครอบครองเสื้อยืดโปโลสีดำที่มีแถบป้ายสีขาวแดงที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบ่งแยกการปกครอง”สหพันธรัฐไท” บริเวณหน้าอกจำนวนหนึ่ง


ด้าน น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เดินทางมาเป็นฝ่ายกฎหมายให้กับนางวรรณภา เปิดเผยว่านางวรรณภาดูมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจนจนไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนปกติ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้นำอาหารไปให้ แต่นางวรรณภาปฏิเสธที่จะรับประทานเนื่องจากมีอาการปวดหัวไมเกรน แต่พอหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำในวันนี้อาการเริ่มดีขึ้นสามารถรับประทานอาหารและดื่มนมกล่องได้บ้างเล็กน้อย

น.ส.ภาวินี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนในชั้นสอบสวo ทราบเพียงว่าทางพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนางวรรณภา 2 ข้อหา ประกอบด้วย อั้งยี่ และ ยุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 ซึ่งนางวรรณภาก็ยังคงยืนกรานให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าสัญลักษณ์บนเสื้อดังกล่าวมีความหมายอย่างไร และไม่เคยขวักไขว่เรื่องการเมือง เพราะเป็นเพียงแค่วินจักรยานยนต์รับจ้างทั่วไป แต่ที่มีเสื้อไว้ในครอบครองนั้นเพราะรับเสื้อดังกล่าวมาจากมารดาอีกทีเพื่อนำไปส่งให้กับบุคคลตามรายชื่อที่มารดากำหนดมาให้เท่านั้น และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ทางมารดาจะเป็นผู้โอนเงินมาให้ ซึ่งที่ผ่านมานางวรรณภาเองก็ทำมาหลายครั้งแล้ว จึงไม่ทราบว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนเสื้อครั้งนี้ที่ถูกทหารยึดไปมีจำนวน 400 ตัว

น.ส.ภาวินีกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องประกันตัวตนคิดว่าศาลน่าจะเมตตา เพราะข้อเท็จจริงแล้วตัวผู้ต้องหาไม่ได้มีแนวคิดที่จะปลุกปั่น หรือแนวคิดทางการเมืองหรือมีความรู้เกี่ยวกับสหพันธรัฐไทดังกล่าว เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลอินเตอร์เน็ตไม่พบพฤติกรรมการติดตามเพจการเมืองหรืออะไรเลย เพียงแค่ดูการ์ตูน ดูหนัง ฟังเพลงธรรมดา ตอนนี้เบื้องต้นได้เตรียมเงินไว้ 1 แสนเพื่อเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว จากกองทุนช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองที่เขาได้ยื่นมือเข้ามาช่วย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าศาลจะตั้งเงินประกันเท่าไหร่

Advertisement