“บิ๊กอู๋” ยัน “เอไอ” แค่แทนที่กำลังแรงงานที่ขาด ย้ำคนยังต้องคุมระบบ

12.09.18 | 15:23 น.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีมีความวิตกว่าการทำงานจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์เอไอ ซึ่งจะทำให้คนตกงานเพิ่มขึ้น ว่า ยืนยันว่าเอไอจะเข้ามาทดแทนในส่วนของแรงงานที่ขาดแคลนเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องพัฒนาคนให้สามารถทำงานร่วมกับเอไอได้ด้วย เป้าหมายคือ ต้องพัฒนาคนให้สามารถควบคุมเครื่องจักร หรือระบบการผลิตได้เท่านั้น ดังนั้น คนที่จะเข้าสู่ภาคแรงงาน หรืออยู่ในภาคแรงงานแล้วต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับระบบเหล่านี้ ซึ่งขณะนี้ทุกภาคส่วนกำลังเร่งพัฒนาบุคลากรมารองรับ

ด้านนายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของ กพร.ได้มีการวางแผนรองรับในภาคแรงงานของประเทศไว้ โดยเริ่มชักชวนให้สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน จัดเตรียมกำลังคนให้พร้อม และ กพร.ให้การสนับสนุนด้วยการจัดอบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานทั้งในกลุ่มที่เยาวชนก่อนที่จะเข้าสู่ภาคแรงงาน และส่งเสริมให้สถานประกอบการที่มีความพร้อมจัดโปรแกรมพัฒนาบุคลากร หรือส่งคนเข้าไปฝึกกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งกระจายอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ

นายสุทธิ กล่าวว่า ในการพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น ที่เน้นมากๆ คือ กลุ่มระบบออร์โตเมชั่น กลุ่มโรบอต และกลุ่มระบบอัตโนมัติสายพาน (PCL) เพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีเป้าหมายให้คนที่ได้รับการฝึกและมีทักษะสามารถทำงานร่วมกับเอไอได้ และขณะนี้เริ่มมีการฝึกอบรมกันบ้างแล้ว

“ขณะนี้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี เริ่มมีการประสานกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อตอบโจทย์นี้กันบ้างแล้ว และไม่เกินปลายเดือนกันยายนนี้ จะมีการประชุมร่วมกับสถานประกอบการเพื่อดำเนินการฝึกอบรมอย่างจริงจังในปีงบประมาณ 2562 ด้วย” นายสุทธิ กล่าว

นอกจากนี้ นายสุทธิ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าในอนาคตเอไอจะเข้ามาแทนที่แรงงานบางส่วนจริง แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต เพราะปัจจุบันในประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานอันเนื่องมาจากสังคมเปลี่ยนแปลง โดยมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น การนำเอไอเข้ามาแทนที่ก็เป็นเพียงการเสริมให้กำลังการผลิตเข้มข้นขึ้นเท่านั้น

Advertisement