วันที่ 13 กันยายน แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) รายงานว่า พายุโซนร้อน “บารีจัต” ได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำแล้ว ยังคงมีแนวโน้มทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก โดยจะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวตังเกี๋ย และเข้าสู่ตอนบนของประเทศเวียดนามแล้วอ่อนกำลังลงต่อไป ส่วน พายุซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มังคุด” ในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์เข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้แล้วอ่อนกำลังลง จากนั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนต่อไป
เวลา 12.00 น.วันเดียวกัน วาฟระบุว่า พายุโซนร้อน “บารีจัต” เข้าใกล้อ่าวตังเกี๋ยมากขึ้น ทำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะแรงขึ้น เสริมกำลังในแนวร่องมรสุมมีฝนตกหนักมากขึ้น พอ บารีจัต สลายตัวไป พายุซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มังคุด” เคลื่อนผ่านฟิลิปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ ลมมรสุมจะยิ่งแรงขึ้นอีก เพราะลมจะพัดผ่านไปม้วนเข้าหามังคุด (สีเหลือง ส้ม แดง ม่วง คือลมแรง-ตามคลิป) ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกบริเวณ จ.ตาก กาญจนบุรี เพชรบุรี และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักมากขึ้น เมื่อมังคุดเข้าใกล้เวียดนามตอนบน ลมจะยิ่งพัดแรงและขยายพื้นที ประเทศไทยไม่ได้รับผลจากพายุแบบเต็มๆ แต่จะได้รับผลทางอ้อม จากกระแสลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่จะแรงขึ้น(ชมคลิป)
วาฟระบุว่า นับจากวันนี้ ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดน่าน 119 มิลลิเมตร จันทบุรี 108 มิลลิเมตร มุกดาหาร 92 มิลลิเมตร อุดราธานี 80 มิลลิเมตร บุรีรัมย์ 78มิลลิเมตร เลย 73 มิลลิเมตร สุโขทัย 70 มิลลิเมตร กรุงเทพมหานคร 68 มิลลิเมตร ปทุมธานี66 มิลลิเมตร เชียงราย 65 มิลลิเมตร ระยอง65 มิลลิเมตร พระนครศรีอยุธยา 61 มิลลิเมตร สุรินทร์ 59 มิลลิเมตร ตาก 58 มิลลิเมตร นครสวรรค์58 มิลลิเมตร แพร่ 56 มิลลิเมตร เพชรบูรณ์ 55 มิลลิเมตร ชลบุรี 55 มิลลิเมตร ฉะเชิงเทรา 54มิลลิเมตร ตราด 53 มิลลิเมตร บึงกาฬ 46มิลลิเมตร ระนอง 46 มิลลิเมตร ลพบุรี 43 มิลลิเมตร อุบลราชธานี 42 มิลลิเมตร สตูล 41มิลลิเมตร กาฬสินธุ์ 39 มิลลิเมตร นครพนม38 มิลลิเมตร และขอนแก่น 36 มิลลิเมตร

วาฟระบุว่า เขื่อนที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนมากกว่าค่าเฉลี่ย และอยู่ในเกณฑ์วิกฤตและเฝ้าระวัง โดย เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 100 เป็นน้ำใช้การได้จริง 644 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำมีน้ำเกินความจุเก็บกัก เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 95 เป็นน้ำใช้การได้จริง 5,381 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เขื่อนน้ำอูน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 105 เป็นน้ำใช้การได้จริง 500 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำมีน้ำเกินความจุเก็บกัก เขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 92 เป็นน้ำใช้การได้จริง 6,025 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เขื่อนขุนด่านปราการชล มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 85 เป็นน้ำใช้การได้จริง 187 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก
เขื่อนรัชประภา มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 83 เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,346 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 81เป็นน้ำใช้การได้จริง 4,875 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก
วาฟระบุว่า ช่วงวันที่ 13-15 กันยายน พายุโซนร้อน “บารีจัต” ได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำแล้ว ยังคงมีแนวโน้มทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก โดยจะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวตังเกี๋ย และเข้าสู่ตอนบนของประเทศเวียดนามแล้วอ่อนกำลังลงต่อไป ทำให้กระแสลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น รวมทั้งร่องมรสุมจะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ตาก เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต
วาฟระบุว่า ช่วงวันที่ 16-19 กันยายน พายุไต้ฝุ่นมังคุด จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้แล้วอ่อนกำลังลง จากนั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบน จะเหนี่ยวนำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะยิ่งทวีกำลังแรงขึ้นและพัดผ่าน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก



