เมื่อวันที่ 14 กันยายน นพ.พงษ์พจน์ ธีรานันตชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า โรงพยาบาล(รพ.)ศรีสังวาลย์ เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับงบประมาณติดลบมาตั้งแต่เริ่ม โดยเฉพาะงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ซึ่งคิดตามรายหัวประชากร โดย รพ.ศรีสังวาลย์ได้รับงบประมาณ 85 ล้านบาท แต่จะต้องหักเงินเดือนบุคลากรก่อนอยู่ที่ 87 ล้านบาท ขณะที่งบจากกองทุนประกันสังคม มีผู้ประกันตน 8,000 คน ได้รับงบประมาณ 14 ล้านบาท แต่ต้องจ่ายไปทางเชียงใหม่ เนื่องจากต้องมีการส่งต่อ 10 ล้านบาท เหลือที่เราแค่ 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รพ.ศรีสังวาลย์ติดหนี้ค่ายาบริษัทยารวมกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เวลาสั่งยามามักจะได้ยามาเพียงครึ่งเดียว ซึ่งเป็นพวกยาเก่า นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญในพื้นที่ คือ การจัดซื้อครุภัณฑ์ สิ่งของจำเป้นในการรักษาคนไข้ มีราคาสูงกว่าพื้นที่อื่นหลายเท่า เช่น ถังออกซิเจนแพงกว่าที่อื่น 3-4 เท่า โดยซื้อในราคา 18- 19 บาทต่อลิตร ขณะที่ที่อื่นราคาประมาณ 4 บาทต่อลิตร ล่าสุด หลังจากรัฐบาบประกาศเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ บริษัทที่จัดส่งก็ทำหนังสือเพื่อขอเพิ่มราคาออกซิเจนอีก
นพ.พงษ์พจน์ กล่าวว่า จากปัญหาเหล่านี้ได้มีการหารือกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา เนื่องจากแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ที่มีความแตกต่าง การดำเนินการต่างๆ รวมทั้งเงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินตามกฎเกณฑ์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงทำได้ยาก จึงควรมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่พิเศษหรือพื้นที่เฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นตามความจำเป็นของพื้นที่จริงๆ รวมไปถึงบุคลากรและอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ มิเช่นนั้น การแก้ปัญหาต่างๆ จะเป็นการเกลี่ยงบจากพื้นที่หรือโรงพยาบาลอื่นๆมาให้กับแม่ฮ่องสอน ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะการทำเช่นนี้ก็กระทบกับโรงพยาบาลอื่นที่ต้องขาดแคลนงบประมาณเช่นกัน
“สำหรับเรื่องบุคลากรมีปัญหา เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลจะเกิดปัญหาแพทย์ไหลออกจากพื้นที่มาก อย่างปัจจุบันที่ รพ.มีแพทย์ทั้งหมด 18 คน มีกุมารแพทย์เพียง 1 คนเท่านั้น จึงต้องขอความช่วยเหลือไปทางกระทรวงฯ โดยกรมการแพทย์ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วย 1 คน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ต่อ 1 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากมีหนทาเพิ่มบุคลากรได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก” นพ.พงษ์พจน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นพื้นที่พิเศษ จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมดหรือไม่ นพ.พงษ์พจน์ กล่าวว่า จะช่วยได้ แต่ตัวกฎหมายต้องมีการระบุให้ชัดว่าจะไม่ขัดต่อเงื่อนไขการเบิกจ่ายงบของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแหง่ชาติ พ.ศ. 2545 รวมทั้ง พ.ร.บ. ประกันสังคม ด้วย เนื่องจากสิทธิบัตรทองและประกันสังคมกำหนดการจ่ายเงินรายหัวเท่ากันทั่วประเทศและมีเงื่อนไขปลีกย่อยจำนวนมาก หากมีการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ ก็ต้องมีการเขียนให้ชัดเจนเพื่อจะเบิกจ่ายได้ตามความเป็นจริง
นพ.พงษ์พจน์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาของโรงพยาบาลเอง เรายึดหลักเพิ่มรายรับและลดรายจ่าย อาทิ การลดราคาค่าห้องพิเศษ เพื่อดึงให้ผู้ป่วยใช้บริการมากขึ้น เพราะปกติจะไปพื้นที่เชียงใหม่มากกว่า เพราะพื้นที่เราค่อนข้างห่างไกล รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการบริการตามเงื่อนไขของ สปสช.ในกลุ่มรักษาโรคร่วม หรือดีอาร์จี อาทิ ไตเทียม การผ่าตัดระดับสูง ซึ่งเมื่อทำได้มากก็จะได้งบมากขึ้น นอกจากนี้ จะเป้นเงินบริจาคจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งในส่วนเงินบริจาคจะมุ่งเอามาใช้เพื่อซื้อยารักษาโรคให้กับคนไข้ เพราะส่วนตัวมองว่า พื้นที่นี้หากนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ ความถี่ในการใช้งานอาจไม่ได้มาก แต่หากนำไปซื้อยารักษาคนไข้จะช่วยคนไข้ได้จำนวนมาก เพราะที่นี่มีปัญหาเรื่องค้างหนี้ยา ซึ่งหากไม่จ่ายก็จะไม่ได้รับยาใหม่ๆ ที่จะเอามารักษาคนไข้ หรือได้ไม่เต็มจำนวน
นพ.พงษ์พจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.กำลังจะเปิดหอเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณสุขของแม่ฮ่องสอน ซึ่งจะเปิดในวันที่ 21 ตุลาคม นี้ ซึ่งตรงกับวันพยาบาลสากลและวันทันตสาธารณสุข เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในแม่ฮ่องสอนเพื่อให้ผู้มาใช้บริการทราบถึงประวัติของรพ. ซึ่งเป็นรพ.ของสมเด็จย่าเพียงแห่งเดียวของประเทศ

