เพิ่มพื้นที่ป่า 40%-จัดการขยะ วาระเร่งด่วน พัฒนาเมืองยั่งยืน

15.09.18 | 10:30 น.

ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(สส.) จัดงานมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ เพื่อเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ ต่อยอดแนวคิด พัฒนากิจกรรม ส่งเสริมเมืองสิ่งแวดล้อม ขยายแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่สาธารณะ และยกย่องเชิดชูเกียรติเทศบาลที่ได้รับรางวัลจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนประจำปี 2561 พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ แสดงพลังร่วมขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน “ลดรับ ลดให้ ลดใช้พลาสติก และโฟม”

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส. กล่าวว่า จากการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้มีมติรับรองให้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมาย เป็นเป้าหมายการพัฒนาของประชาคมโลกในช่วง 15 ปี (พ.ศ.2558-2573) โดยประเทศไทยได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมีวิสัยทัศน์คือ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 ส่งเสริมให้เมืองมีความปลอดภัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืน รัฐบาลจึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะผลักดันนโยบายระดับชาติสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยใช้กลไกประชารัฐในระดับพื้นที่เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคีภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้มีเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในทุกจังหวัดของประเทศไทย ภายใน 3 ปีข้างหน้า และจะขยายผลให้ครอบคลุมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต

“รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพให้บรรลุผลสำเร็จ มีประเด็นสำคัญ ได้แก่ ขยะมูลฝอยมีการจัดการอย่างถูกต้อง ร้อยละ 75 ซึ่งได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญในระดับชาติ และขับเคลื่อนอย่างบูรณาการในทุกภาคส่วน การเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ ร้อยละ 40 ถือเป็นวาระเร่งด่วน โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองและชุมชน เพื่อเป็นปอดของเมือง เพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน เป็นแหล่งเรียนรู้และนันทนาการของคนทุกกลุ่มวัย พร้อมเพิ่มกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วนให้ได้ ร้อยละ 7” รัฐมนตรี ทส.กล่าว

พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพหลักในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยการจัดประกวดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พร้อมทั้งได้พัฒนาเครื่องมือเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน รวม 4 องค์ประกอบ 34 ตัวชี้วัด ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เทศบาลแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้ท้องถิ่นใช้เป็นเครื่องมือและแนวทางในการพัฒนา ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่นของตนเอง รวมถึงการจัดประกวดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจยกย่องเชิดชูเกียรติและส่งเสริมเทศบาลที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับประเทศ ได้แก่ เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน และเทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ในแต่ละขนาดประกอบด้วยเทศบาลขนาดใหญ่ เทศบาลขนาดกลาง และเทศบาลขนาดเล็ก รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง ให้เป็นต้นแบบและขยายแนวคิดเรื่องการพัฒนา เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนไปสู่เทศบาลต่างๆ ทั่วประเทศ

Advertisement

นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดี สส.กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่การปฏิบัติ โดยการส่งเสริมและยกระดับให้เทศบาลทุกระดับมีความน่าอยู่อย่างยั่งยืนตามเกณฑ์มาตรฐานของประเทศ และผลักดันให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นธงนำทาง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลสู่การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายทั้งในระดับชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 การพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเป้าหมายระดับชาติกำหนดให้มีเมืองศูนย์กลางของจังหวัด เป็นเมืองน่าอยู่ อย่างน้อย 1 เมือง ที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม

อธิบดี สส.กล่าวว่า จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบัน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ ได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และขยายแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่สาธารณะ และในปี 2561 มีเทศบาลที่ได้รับรางวัลจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2561 ระดับภาค จำนวน 107 แห่ง ได้แก่ ระดับดีเยี่ยม 57 แห่ง ระดับดีมาก 26 แห่ง และระดับดี 24 แห่ง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจึงได้จัด “มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ” เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความร่วมมือในการลดการผลิตขยะแก้วิกฤตปัญหาขยะมูลฝอย โดยเฉพาะพลาสติกประเภทถุงพลาสติกหูหิ้ว พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และโฟม ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเล

“การประชุมเชิงปฏิบัติการ ‘มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ’ มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีประกาศเจตนารมณ์ แสดงพลังร่วมขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ‘ลดรับ ลดให้ ลดใช้พลาสติก และโฟม’ การบรรยายทางวิชาการ การเสวนา การจัดนิทรรศการและฐานเรียนรู้ การมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานร่วมจัดนิทรรศการผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาคเอกชน แกนนำชุมชน จำนวน 1,200 คน” นายรัชฎากล่าว