หน้าแรก ในประเทศ สนธิกำลังบุกต...

สนธิกำลังบุกตรวจยึด ‘ประดู่ยักษ์’ อายุกว่า 200 ปี มูลค่ากว่าล้านบาท

15.09.18 | 16:44 น.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ร.ท.วิริทธิ์พล สบบง รอง ผบ.ร้อยอาวุธเบา ร.17พัน.4 ค่ายขุนจอมธรรม อ.เชียงคำ จ.พะเยา ด.ต.สมชัย สุทธสม ชุดทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (สวล.)ภาค 5 และ ร.ต.อ.วิษณุ ศรีประภา ศปทส.ภาค 5 ได้ร่วมกันสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ป่าไม้และตำรวจ กว่า 30 นาย ออกปฏิบัติการตรวจยึดไม้ในป่า

สืบเนื่องจากได้มีการสืบทราบข่าวจากประชาชนพื้นที่ ต.นาปรัง อ.ปง จ.พะเยา ว่าได้มีขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ป่าบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเตรียมลำเลียงส่งต่อไปให้กับนายทุนในต่างพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังออกทำการตรวจยึด เมื่อไปถึงจุดพื้นที่เกิดเหตุ พบมีไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.70 เมตร ยาว 9 เมตร อายุประมาณ 200 ปี จำนวน 1 ท่อน พาดขวางลำห้วย และบริเวณโดยรอบยังพบไม้ประดู่แปรรูปแผ่นเหลี่ยมรอการลำเลียงอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงได้ทำการตรวจยึดและอายัดไม้ทั้งหมด และจะทำการลำเลียงออกจากพื้นที่เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป


ด.ต.สมชัย สุทธสม สวล.ภาค 5 เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบหาข่าวมานานแล้ว โดยพบว่าพื้นที่ป่าแห่งนี้มีการลักลอบตัดไม้เพื่อแปรรูปส่งขายบ่อยครั้ง หากปล่อยไว้จะทำให้เกิดความเสียหายต่อป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ เนื่องจากมูลค่าของต้นไม้ โดยเฉพาะต้นประดู่ที่ถูกตัดโค่นครั้งนี้อายุประมาณ 200 ปี มูลค่าประมาณ 1.3 ล้านบาท และก่อนหน้าที่จะมีข่าวแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าได้มีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่และให้ทีมงานเข้าไปลักลอบตัดไม้ขนาดใหญ่หลายครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาและปกป้องทรัพยากรป่าไม้ จึงต้องมีการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่ให้กลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าลักลอบตัดไม้อีก

ด้าน ร.ต.อ.วิษณุ ศรีประภา ศปทส.ภาค 5 กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันไม้ประเภทต่างๆ ในป่าได้ถูกลักลอบตัดบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่มีการลักลอบตัดไม้ที่ถูกตัดจะมีมูลค่ามหาศาล ดังนั้นหากไม่ดำเนินการสกัดตั้งแต่ต้น เกรงในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่ดอยหัวโล้น และอาจจะส่งผลกระทบเกิดปัญหาน้ำท่วมตามมาได้

Advertisement