ความคืบหน้ากรณี ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง (โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี 1) ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ใช้สายไฟผูกคอตัวเองติดกับขื่อบ้านเสียชีวิตซึ่ง นายเนตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ผู้เป็นพ่อเป็นคนไปพบศพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดวันนี้ 15 กันยายน ที่วัดท่ามะเดื่อ หมู่ 2 ตำบลศรีมงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ของเด็กชายเอ (นามสมมติ) ซึ่งจัดให้มีพิธีรดน้ำศพ โดยมีบรรดาญาติ และชาวบ้าน รวมทั้งเพื่อนๆ นักเรียนชายหญิง และครูที่ปรึกษา เดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก
โดยพ่อของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า ตนเองมีภรรยา 2 คน โดยแม่ของลูกชายคนนี้มีลูก 3 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นคนกลาง มีพี่สาวกับน้องสาวคนเล็ก ซึ่งจะอยู่ด้วยกัน 3 คน ส่วน แม่ได้แยกทางกันไปเกือบ 2 ปีแล้ว ลูกชายคนนี้เป็นคนร่าเริง ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแต่อย่างใด แต่มีปัญหาเรื่องส่งรายงาน ซึ่งตนก็บอกกับลูกไปว่าเมื่อไม่เสร็จก็ไม่ต้องเร่ง แต่ต้องทำให้เสร็จก็แล้วกัน ขณะที่ครูที่ปรึกษาก็บอกว่าในวันจันทร์ที่จะถึงนี้จะช่วยเรื่องนี้ให้
สำหรับลูกชายชอบทำงานสิ่งประดิษฐ์ เมื่อมีเวลาว่างจะชอบนำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาซ่อม ส่วนเรื่องความรักหรือเรื่องมีผู้หญิงนั้นตนไม่ทราบว่ามีหรือไม่ แต่ก็อาจจะมีก็เป็นได้ เพราะกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุในช่วงเย็นได้รับประทานอาหารกันปกติ และก่อนเข้านอนก็ยังเดินมาตบหัวไหล่ตนพร้อมบอกว่าขอตัวไปนอนก่อน ซึ่งตนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ตนก็เพิ่งจะเสียลูกชายซึ่งเป็นพี่ชายคนโตคนละแม่กับลูกชายคนนี้ไปด้วยการผูกคอตายเช่นกัน เหตุเกิดที่จังหวัดนครปฐม ที่เป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งเกิดจากปัญหาเรื่องส่วนตัวกับแฟนสาวและไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องเช่นนี้กับลูกชายคนนี้อีก
สำหรับ นางบังอร ทุมวัน อายุ 48 ปี มารดา เด็กชายเอ เปิดเผยว่า ลูกชายได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ โดยโทรมาขอให้เติมเงินในโทรศัพท์ให้หน่อย บอกจะทำรายงานส่งครู ไม่คิดว่าลูกชายจะตัดสินใจคิดสั้นเช่นนี้ ส่วนเรื่องผู้หญิง เท่าที่ตนทราบคือ มีและตนก็เคยตักเตือนไปบ้างเช่นกัน
ส่วนครูที่ปรึกษา และเพื่อนๆ นักเรียนด้วยกันที่มาร่วมรดน้ำศพ โดยครูที่ปรึกษา บอกเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ใช่เรื่องการบ้าน เพราะบอกไปว่าจะช่วยดูแลให้ในวันจันทร์ และสำหรับนิสัยของลูกศิษย์คนนี้เป็นเด็กร่าเริง
สำหรับบรรยากาศภายในศาลาวัดท่ามะเดื่อเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับเด็กชายวัยเพียง 13 ปี

