หน้าแรก ในประเทศ สัพเพเหระคดี ...

สัพเพเหระคดี : ไบโพลาร์ : โอภาส เพ็งเจริญ

17.09.18 | 12:00 น.
คุณจำเรียงถูกจับได้พร้อมหม้อด้าม ขวดน้ำพลาสติก เสื้อเกาะอก
เสื้อเดรส เสื้อผู้หญิง กางเกงสีดำ ข้าวเกรียบข้าวโพด 7 รายการ
มูลค่ารวม 8,583 บาท ที่เดินหยิบฉวยเอามาจากห้างสรรพสินค้า
แล้วแอบเอาไว้

แต่ที่ไหนจะรอดไปได้

ด้วยว่ากล้องโทรทัศน์วงจรปิดในห้างสรรพสินค้า
แม้จะน้อยกว่าตาสับปะรด แต่กล่าวได้ว่ามีมากมายทีเดียว

พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง

ขอให้ลงโทษคุณจำเรียงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 คือลักทรัพย์

เมื่อคดีถึงศาล คุณจำเรียงให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คุณจำเรียงมีความผิดตามมาตรา 334

ให้จำคุก 6 เดือน แต่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน

คุณจำเรียงอุทธรณ์

ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 4 เดือน

เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน

และให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน

คุณจำเรียงฎีกาคดี

โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง 

ว่าที่ทำไปนั้นไม่รู้สำนึกในการกระทำ

บังคับตนเองไม่ได้ เพราะป่วยเป็นโรคไบโพลาร์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าศาลชั้นต้นได้สอบถามคุณจำเรียงแล้ว

คุณจำเรียงให้การรับสารภาพตลอดข้อหาจึงได้บันทึกคำฟ้องคำรับสารภาพ

และพิพากษาลงโทษคุณจำเรียงจนเสร็จการพิจารณาของศาลชั้นต้น

คุณจำเรียงไม่ได้ยกเหตุที่คุณจำเรียงไม่สมควรต้องรับโทษเพราะเหตุจิตบกพร่อง 

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ขึ้นกล่าวอ้างเลยฎีกาของคุณจำเรียง

จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น

จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน

คุณจำเรียงจึงต้องคำพิพากษา กักขัง

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6642/2558)



ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 
ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นฎีกานั้น
คู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกา
และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ 
ทั้งจะต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย
การวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีข้อใดไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา 
ให้กระทำโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย 
แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงอำนาจของประธานศาลฎีกาตามมาตรา 140 วรรคสอง
ถ้าคู่ความฝ่ายใดมิได้ยกปัญหาข้อใดอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์หรือคู่ความฝ่ายใดไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายใดๆ ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์
เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้
หรือเพราะเหตุเป็นเรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยกระบวนพิจารณาชั้นฎีกา 
คู่ความที่เกี่ยวข้องย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นได้
(ปัจจุบันมาตรานี้ยกเลิกไปแล้ว แต่มีที่บัญญัติชึ้นใหม่บัญญัติไว้ทำนองเดียวกัน)
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4
ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับในศาลแขวง
แต่ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้บังคับ ให้คงใช้กฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งบังคับ
แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนและกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน