เพราะว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ และการสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้เกิดการใฝ่รู้ ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
งาน Digital Thailand Big Bang 2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค จึงเป็นงานที่ผู้ใฝ่รู้ และแสวงหาแรงบันดาลใจให้ชีวิตและการทำงานในยุค 4.0 ควรจะไปชมอย่างยิ่ง
งานนี้ไปได้ทุกวัย

ภายในงาน ทุกคนได้พบกับมิติใหม่ของประเทศไทย ใน 8 เรื่องด้วยกัน คือ 1.ได้สัมผัสนวัตกรรมที่เชื่อมโยงโลกทั้งใบอย่างไร้ขีดจำกัด 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางข้อมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงไปทั่วโลกผ่านดิจิทัลเทคโนโลยี เช่น ระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง
ใต้น้ำ เป็นต้น 3.มิติของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลขนาดใหญ่ที่นำไปใช้ประโยชน์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ 4.พบเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยีใหม่ เทคโนโลยีก่อกำเนิด และนวัตกรรมดิจิทัลกว่า 800 ราย

5.พบโอกาสมหาศาลในโลกแห่งข้อมูลไร้พรมแดนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ 6.การศึกษาระบบใหม่ให้คนไทยก้าวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง 7.ก้าวล้ำสู่อีกขั้นของ 7 เมืองอัจฉริยะ กับการเตรียมพร้อมรองรับเป็น
เจ้าภาพระดับอาเซียน ปี 2019 และ
8.มหกรรมการแข่งขันระดับเยาวชน ที่มีเด็กๆ ตบเท้าเข้าร่วมกว่า 5,000 คน เพื่อแสดงความสามารถทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ในการแข่งขันหุ่นยนต์ การแข่งขันบินโดรน การแข่งขันออกแบบภาษาคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ในงานจะมีโซนกิจกรรมที่ชื่อว่า “Coding Thailand Zone” เป็นโซนที่เหมาะสำหรับเยาวชนให้ได้เรียนรู้ ฝึกฝน และเข้าถึงทักษะเชิงดิจิทัล
ถัดมาเป็นพื้นที่สำหรับเยาวชนวัย 8-18 ปี ที่ชื่นชอบหุ่นยนต์ จะมีกิจกรรมเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมหุ่นยนต์ด้วยไมโครบิท (micro:bit) โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดทักษะการใช้ฮาร์ดแวร์และวงจรอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่ายซึ่งหลังจากทำกิจกรรมเสร็จ เด็กๆ จะสามารถรับชุดไมโครบิทกลับบ้านไปได้เลยทันที

ภายในงานยังมีการแข่งขันที่ผู้เข้าแข่งขันไม่เคยฝึกมาก่อน ขอเพียงแค่มีความอยากลงสนามสู่โลกโปรแกรมเมอร์ เช่น Junior Competition การทดลองฝึกเขียนโค้ดดิ้งผ่านเว็บไซต์ Coding Thailand.org และเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ด้วยบอร์ดไมโครบิท ถือเป็นเรื่องท้าทายและน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังหาแรงจูงใจในโลกแห่งดิจิทัล
รวมไปถึงการแข่งขันโดรนเรซซิ่ง กีฬา ความเร็วทางอากาศ ซึ่งต้องใช้ทักษะผสมผสานระหว่างการควบคุม บังคับทิศทาง และเทคนิคการสร้างสรรค์ปรับจูนเพื่อให้โดรนทำความเร็วและสามารถบินฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปได้เร็วที่สุด และที่เร้าใจไปกว่านั้นคือการแสดงภาพสดจากโดรนเรซซิ่งขณะแข่งขันด้วยความเร็วสูง
ที่สามารถนำมาถ่ายทอดให้ผู้ชมได้สัมผัสมุมมองเดียวกับนักแข่งได้แบบสดๆ เสมือนเข้าไปนั่งอยู่ในโดรนลำนั้นเลยทีเดียว เพราะมีเวิร์กช็อปให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ในการควบคุมโดรนด้วยตนเองอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการรวมตัวของดิจิทัล กูรู ระดับโลก เช่น Ray Chan ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของเว็บไซต์ 9GAG.com ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกในปาฐกถา หัวข้อ “The Secret to success of 9GAG”, Kosuke Sogo, ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ AnyMind Group ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพด้าน AI ที่โตเร็วที่สุดในเอเชียที่จะมาเผยถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างบิ๊กดาต้า และการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่ได้ผลสูงสุด
ร่วมฟังอนาคตกับนาซา องค์กรผู้บุกเบิกอนาคตแห่งการสำรวจอวกาศ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยทางการบินและอวกาศ เป็นต้น สุดยอดไอเดียและการสร้างสรรค์กับ Startup Battleground การแข่งขันสุดท้าทายเพื่อต่อยอดความคิดให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และร่วมชิงรางวัลรวมกว่า 1,500,000 บาท และสุดยอดการแข่งขันด้านดิจิทัลกับการแข่งขันโดรนชิงจ้าวความเร็วทางอากาศ เพื่อดึงผู้ที่มีศักยภาพให้เข้ามาสัมผัสและเห็นถึงความสำคัญของโดรนที่จะเกิดขึ้นต่อภาคธุรกิจของไทยในอนาคต และในปีนี้ยังมีการแข่งขันอากาศยานปีกหมุน “โดรนมิชชั่น”

ทุกสิ่งที่ถูกนำมาแสดงภายในงาน มีพันธมิตรจาก 12 ประเทศ กว่า 500 หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและดิจิทัล สตาร์ตอัพ ร่วมจัด ร่วมนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยหลากหลายสาขา ผู้ต้องการเปิดโลก เรียนรู้ แสวงหา สร้างแรงบันดาลใจ จากความก้าวหน้าด้วยโลกแห่งดิจิทัล จึงไม่ควรพลาดงานนี้เลย

