เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมพยานหลักฐาน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังได้รับการร้องเรียนจากคนงานและผู้ประกอบการรับเหมาเอกชนว่า ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาการว่าจ้างปรับปรุงพื้นที่ พร้อมจัดซื้อครุภัณฑ์อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน กทม. มูลค่า 68 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินไม่ยอมส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างทำให้ไม่สามารถเข้าทำงานได้ตามสัญญา มีการกลั่นแกล้งผู้รับจ้าง เช่น การเปลี่ยนแปลงแบบ การลดขนาดแบบครุภัณฑ์ให้เล็กลง โดยอ้างว่าจะเพิ่มจำนวนที่นั่งทำงานเพื่อรองรับบุคลากรของตนที่มีจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหาย
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ตรวจสอบพบมีการล็อกสเปกวัสดุที่ไม่มีอยู่ขายในท้องตลาดเพื่อให้ผู้รับจ้างต้องจ้างบริษัทผลิตสินค้าใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงครุภัณฑ์ในราคาที่สูงกว่าที่กำหนดในสัญญาเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างทำงานให้ไม่เสร็จตามที่กำหนด จึงใช้เป็นเหตุอ้างในการไม่ตรวจรับงานให้ผู้รับจ้าง การใช้อำนาจดังกล่าวไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ 2535 ข้อ 139 และไม่ปฏิบัติตามระเบียบธนาคารออมสิน ฉบับที่ 457 ว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 7 และข้อ 121 เป็นความรับผิดชอบของผู้อำนวยการธนาคารจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาและระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อความเป็นธรรม สมาคมฯเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้รับจ้าง จึงร้องเรียนกล่าวโทษ 4 ผู้บริหารธนาคารออมสินต่อ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนและลงโทษตามกฎหมายต่อไป
“กรณีดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 โดยเสนอแนะให้ธนาคารออมสินดำเนินการส่งมอบพื้นที่การทำงานให้ครบถ้วนทั้งอาคารเพื่อให้ผู้รับจ้างสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนการตรวจรับงานสามารถหักค่าความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของงวดงานตามสัญญาทั้งสองฝ่ายได้ แต่ธนาคารออมสินกลับใช้มาตรการยกเลิกสัญญาเมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา ทั้งที่ธนาคารออมสินไม่ยอมส่งมอบพื้นที่ให้ และผู้รับจ้างไม่ยินยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบและครุภัณฑ์นอกสัญญาได้ ทำให้คนงานต้องเดือดร้อนตกงานกันทันที ขณะที่ผู้ผิดสัญญาไม่ใช่ผู้รับจ้างแต่อย่างใด” นายศรีสุวรรณกล่าว

