กรณีนายศักดิ์ชัย และ น.ส.สโรชา แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำและบุตรสาวชาว จ.ร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความที่สน.พญาไท ว่าเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน ได้ถูกตำรวจสืบสวนกองกำกับการ 1 กว่า 10 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านราชเทวี ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหายาเสพติด โดยนายศักดิ์ชัย อ้างว่าต้องจ่ายเงิน 5 หมื่นบาทเป็นค่าประกันตัว พร้อมได้รับจดหมายข่มขู่ว่า “ระวังจะตายอย่างหมาข้างถนน” ตามที่นำเสนอข่าวไปนั้น
เมื่อเวลาประมาณ 14.20น. วันที่ 18 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายศักดิ์ชัย พ่อค้าส้มตำชาวจังหวัดร้อยเอ็ด อายุ 49 ปี พร้อมด้วย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. โดยนำสำเนาจดหมายข่มขู่ และเอกสารคำร้องเพื่อขอให้กองปราบฯรับโอนมาดำเนินคดีแทน
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจ และกลัวจะมีการช่วยเหลือกันในหมู่ตำรวจทำให้คดีจะไม่คืบหน้า จึงเดินทางมาในวันนี้ ซึ่งตนมีประเด็นข้อสงสัยบางอย่างแต่ไม่ขอกล่าวออกสื่อ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท เพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา และสเก็ตภาพเพิ่มเติม ยืนยันว่าชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตนทราบชื่อเล่นและจดจำใบหน้าของบุคคลที่เข้าค้นบ้านในคืนวันเกิดเหตุได้เกือบทุกคน ทราบว่าเป็นพลเรือน 4 คน กับตำรวจอีก 6 คน
นายรณณรงค์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้นำหลักฐานเป็นสำเนาของจดหมายข่มขู่ 1 ฉบับ แนบพร้อมกับ เอกสารคำร้องขอต่อกองปราบปรามฯ ซึ่งมี 3 หัวข้อ คือ 1.ให้ตั้งชุดสืบสวนเพื่อหาต้นตอของจดหมายข่มขู่อีกแรงหนึ่ง 2. ขอความคุ้มครองให้กับพยาน และ 3.ขอให้โอนคดีดังกล่าวมาให้กองปราบปรามฯ ที่เป็นหน่วยงานส่วนกลางเป็นผู้จัดการ ทั้งนี้ เนื่องจากตนรับไม่ได้ที่มีการข่มขู่คุกคามพยาน อีกทั้งนายศักดิ์ชัยเลือกที่จะมาเอง ดังนั้น หากไม่คืบหน้าทางคดีต่อไป ก็จะนำเรื่องไปร้องเรียนยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ให้ดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม นายรณณรงค์ กล่าวว่า คดีนี้ไม่ได้มีความผิดปกติทางการทำงาน เพียงแต่ไม่ไว้ใจกับกระบวนการต่างๆ เท่านั้น จึงขอให้กองปราบรับโอนมาทำคดีดังกล่าวแทน โดยหลังจากนี้ ตนหวังว่าจะไม่มีการข่มขู่ในรูปแบบใดกับพยานอีก
ขณะที่นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตนรู้จักผู้ก่อเหตุ 2 คน คนแรกชื่อ “ดาบวรพล” เคยมาทะเลาะกับลูกชายของตน แล้วก็ขอให้เรื่องจบไป ส่วนอีกคนชื่อเล่นว่า ต่อ เคยมาแจกการ์ดแต่งงานให้ แต่ขณะนั้นก็ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจหรือไม่ จนเมื่อในวันที่เกิดเหตุ นายต่อได้แสดงตัวเป็นตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวที่มีรูปของนายต่อติดอยู่
นายศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า ในวันนี้ไม่สามารถนำจดหมายข่มขู่ฉบับดังกล่าวมาแสดงได้ เนื่องจากได้ถูกอายัดไว้เป็นของกลางในคดี โดยจะมีการค้นหาลายนิ้วมือและ หาต้นตอจากไปรษณีย์ว่า มีต้นตอการประทับตราที่ใด ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบหลายวัน
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันของชาวบ้านในพื้นที่ ว่าตำรวจกลุ่มนี้จะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ซึ่งตนยืนยันว่า น.ส.สโรชา ผู้เป็นลูกสาวนั้นไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อนแน่นอน



