จากกรณีนายดอยธิเบศร์ ดัชนี อายุ 41 ปี บุตรชายและผู้ดูแลมรดกของนายถวัลย์ ดัชนี หรือ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศน์ศิลป์ ปี พ.ศ.2544 จิตรกรช่างเขียนรูประดับโลก ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีภาพวาดของอ.ถวัลย์หายไปจำนวน 113 รูป เป็นเงินมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ต่อมานางสาวทิพย์ชาติ วรรณกุล หรือป้าอ๊อด ภรรยานอกสมรสของ อ.ถวัลย์ แจกเอกสารชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่าไม่เกี่ยวข้องเรื่องภาพที่หายและอธิบายถึงความสัมพันธ์และการจัดสรรมรดกมูลค่า 1,000 ล้านบาทในครอบครัว
เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายเณริน จันทกร ทนายความของ นางสาวทิพย์ชาติ เปิดเผยว่า อ.ถวัลย์ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2557 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กันยายน นายดอยธิเบศร์ ได้เข้ามาขออนุญาตถ่ายภาพภายใน บ้านเกษราและบ้านรั้วเขาควาย โดยอ้างว่าจะถ่ายไปลงนิตยสาร ซึ่งขณะนั้นนางสาวทิพย์ชาติไม่ได้อยู่บ้านหลังดังกล่าว ได้สั่งให้นายฤทธิ์ ( ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) มาดูแลและอำนวยความสะดวก การเข้ามาขอถ่ายภาพในบ้านทั้ง 2 หลังนั้นไม่ใช่การร่วมกันทำบัญชีทรัพย์สินแต่อย่างใด เนื่องจากการทำบัญชีทรัพย์สินนั้นจะต้องมีพยานรับรอง อย่างน้อย 2 คน และต้องเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินร่วมกันจัดทำ ต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้นายดอยธิเบศร์เป็นผู้ดูแลมรดกคดียังไม่ถึงที่สุด ยังเหลือการสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ และชั้นฎีกา แต่นายดอยธิเบศร์ได้โอนเงินจากบัญชีอ.ถวัลย์จำนวน 30 ล้านบาทเข้าบัญชีตัวเอง นางสาวทิพย์ชาติจึงได้ยื่นคำร้องต่อธนาคารให้ระงับการนำเงินออกจากบัญชีเนื่องจากว่ากระบวนการทางศาลยังไม่แล้วเสร็จ นายดอยธิเบศร์จึงไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ ต่อมานางสาวทิพย์ชาติได้ฟ้องแบ่งทรัพย์สิน 500 ล้านคดีอยู่ในระหว่างไกล่เกลี่ย
นายเณริน กล่าวว่า ระหว่างนั้นนายดอยธิเบศร์ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่สน.บางชัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ว่ามีภาพหายไป ทั้งที่ยังไม่ได้มีการทำบัญชีทรัพย์สิน โดยการทำบัญชีร่วมกันเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ทั้งฝ่ายนางสาวทิพย์ชาติ และนายดอยธิเบศร์ได้มีการนัดแนะทนายความของทั้งสองฝ่ายและช่างภาพมาถ่ายบ้านที่กรุงเทพฯจำนวน 2 หลัง ต่อมาด้านนางสาวทิพย์ชาติพร้อมทนายความได้จองตั๋วเครื่องบินเพื่อที่จะเดินทางไปถ่ายภาพที่บ้านดำ ที่จังหวัดเชียงรายตามที่นัดแนะกันไว้ แต่นายดอยธิเบศร์กลับยกเลิกทางนางสาวทิพย์ชาติจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอคุ้มครองสิทธิเพราะมีการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลจึงมีคำสั่งให้คุ้มครองห้ามเคลื่อนย้ายภาพถ่ายในบ้านดำและถ่ายโอนบัญชีของอ.ถวัลย์และของนายดอยธิเบศร์โดยเด็ดขาด
ขณะที่ความคืบหน้าในการสืบสวนกรณีภาพที่สงสัยว่าหายไปนั้น รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำเจ้าของร้านแกลเลอรี่ และ ศิลปิน นักสะสม ส่วนใหญ่ให้การว่าได้ซื้อรูปดังกล่าวมาในช่วงที่อ.ถวัลย์ ยังมีชีวิตอยู่

