หน้าแรก ในประเทศ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : ที่เมืองไทยยังไม่มีใครติดคุก

21.09.18 | 11:30 น.

เมื่อศาลฎีกา แผนกคดีผู้บริโภค มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา จึงจำเป็นต้องกล่าวถึง “จีที-200” อุปกรณ์ลวงโลกอีกครั้ง จะได้เป็น “ตัวแบบ” แห่งการทวงถาม ความยุติธรรมและความเสียหาย

ก่อนนี้ ศาลแพ่งพิพากษาให้บริษัท เอวีเอ แซทคอม จำกัด ชดใช้เงินจำนวน 9 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความให้กับ “กรมราชองครักษ์” แล้ว ด้วยเหตุที่ซื้อเครื่อง จีที-200 ไปแล้ว “ใช้งานไม่ได้”

แต่บริษัท เอวีเอ แซทคอม จำกัด ยังไม่ยอมชำระ กลับยื่นฎีกา

บัดนี้ ศาลฎีกา แผนกคดีผู้บริโภค ยกคำร้อง ไม่รับฎีกา

ชัยชนะของกรมราชองครักษ์ ควรจะเป็น “แสงสว่าง” ช่วยให้ “ป.ป.ช.” ไม่มืดมนในการวินิจฉัย

Advertisement

ถึงแม้ก่อนหน้านี้ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช.จะสร้างความระทึกขวัญ ด้วยการบอกว่า การวินิจฉัยถูกหรือผิดการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที-200 และอัลฟ่า 6 นั้นยาก เพราะบางครั้งไม่ได้อยู่ที่มูลค่าเครื่อง แต่เป็นความเชื่อ เหมือน “พระเครื่อง” ที่นำไปใช้แล้วรู้สึกว่าคุ้มค่า

คอมเมนต์จากกรรมการ ป.ป.ช.ผู้มีหน้าที่ไต่สวนคดีทุจริตจีที-200 นี้ ทำให้โลกตะลึง เพราะที่อังกฤษได้ทดสอบพิสูจน์ทราบสิ้นแล้วว่า จีที-200 อัลฟ่า 6 และ เอดีอี-651 เป็นอุปกรณ์หลอกลวง ค้าขายฉ้อฉล โกงประชาชน ศาลจึงพิพากษาจำคุกเจ้าของบริษัทผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และยึดทรัพย์ชดใช้ เรียบร้อยนานแล้ว

ที่ประเทศไทยมี 15 หน่วยงานแห่กันซื้ออุปกรณ์ลวงโลกนี้ตั้งแต่ปี 2548-2553 รวม 1,398 เครื่อง ใช้เงินงบประมาณไป 1,134 ล้านบาท นักวิทยาศาสตร์ไทย “เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและทีมงานก็พิสูจน์แล้วสรุปว่าไม่มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับ และไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ทำงานอยู่ข้างใน เป็นแค่แท่งพลาสติกกลวงๆ จนรัฐบาลสั่งระงับการจัดซื้อ และกองทัพสั่งเลิกใช้

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” สอบสวนกรณีอื้อฉาวรวม 12 คดี รวบรวมพยานหลักฐานแน่นหรือไม่แน่นไม่มีใครรู้ แต่ดีเอสไอสรุปสำนวนสอบสวนคดีจัดซื้ออุปกรณ์ลวงโลกนี้มอบให้ ป.ป.ช.ไปตั้งแต่ปี 2558

หน้าที่ของ “ป.ป.ช.” แค่ “ไต่สวน”

เปรียบไปก็คล้ายๆ กับที่ “พนักงานอัยการ” ที่รับสำนวนสอบสวนมาจาก “พนักงานสอบสวน”

ทำไมถึงวันนี้แล้ว ยังไม่ได้เรื่อง !?!!