กทม.ยังมั่นใจ พร่องน้ำทัน ไม่ท่วมเท่าปี 54 แน่นอน

20.09.18 | 18:00 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 กันยายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ด้วยวิธีดันท่อ (ไปป์แจ็คกิ้ง) ถนนพหลโยธิน บริเวณแยกเกษตรศาสตร์ ว่า จากปัญหาน้ำท่วมขังขณะเกิดฝนตกหนัก บริเวณตลาดอมรพันธ์ ถนนพหลโยธิน เนื่องจากผิวจราจรมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ระดับน้ำท่วมสูงเสมอทางเท้า ประมาณ 1.15 เมตร (ม.) เป็นประจำ ปัจจุบันสำนักการระบายน้ำจึงแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังชั่วคราว โดยจัดทำบ่อสูบน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม รวม 13 เครื่อง ซึ่งมีประสิทธิภาพการระบายน้ำ 36.18 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม.) แบ่งการติดตั้งอยู่ 1.บริเวณกลางและท้ายซอยเสนานิคม เพื่อดึงน้ำจากถนนพหลโยธินลงสู่คลองลาดพร้าว 2.บริเวณช่วงต้นถนนประเสริฐมนูกิจตัดถนนพหลโยธิน เพื่อดึงน้ำไปยังคลองลาดพร้าว 3.บริเวณถนนงามวงศ์วาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อดึงน้ำลงสู่คูวิภาวดีรังสิต บริเวณหน้าร้านอาหารใบไม้ร่าเริง และ 4.บริเวณถนนรัชดาภิเษก เพื่อดึงน้ำลงสู่คลองลาดยาวออกไหลไปรวมยังคูวิภาวดีรังสิต โดยทั้งหมดเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำชั่วคราว แม้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ

นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า เพื่อแก้ไขปัญหาถาวร สำนักการระบายน้ำ จึงได้จัดทำโครงการไปป์แจ็คกิ้ง วงเงิน 172.89 ล้านบาท ซึ่งจะมีการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ขนาด 1.80 ม.และท่อลอด พร้อมก่อสร้างบ่อสูบน้ำกำลังสูบ 4.5 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อผลักดันน้ำออกสู่คลองลาดพร้าว ปัจจุบันคลองมีความลึก 1.5 ม. แต่ถ้าขุดลอกคูคลองแล้วจะลึกขึ้นถึง 3.5 ม.และจะรองรับน้ำปริมาณได้อย่างต่ำ 1.4 ล้านลบ.ม. รวมถึงหากก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวแล้วเสร็จจะสามารถระบายน้ำ 30 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยโครงการไปป์แจ็คกิ้ง ใช้ระยะก่อสร้าง 360 วัน จะสิ้นสุดสัญญาก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หากแล้วเสร็จจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณรอบแยกเกษตรศาสตร์ได้ จากนั้นจะยกเลิกการติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั้ง 13 เครื่อง และหันมาให้ระบบไปป์แจ็คกิ้งเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำแทน ซึ่งเป็นการทำงานโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่คอยประจำเครื่องสูบน้ำ

 

Advertisement

นายจักกพันธุ์ กล่าวถึงข้อกังวลน้ำท่วมด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ว่า กทม.ร่วมกับกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออกได้ แม้เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ระดับน้ำจะสูงกว่าระดับวิกฤต 0.93 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) แต่ปัจจุบันระดับน้ำลดลงต่อเนื่องต่ำกว่าจุดวิกฤตอยู่ที่ 0.87 ม.รทก.แล้ว โดยประชาชนด้านในประตูระบายน้ำคลองแสนแสบมีนบุรี ไม่ต้องกังวลใจ เนื่องจากสำนักการระบายน้ำมีการควบคุมเวลาเปิด-ปิด พร่องน้ำไม่ให้น้ำด้านนอกส่งผลกระทบในพื้นที่ สำหรับบริเวณนอกประตูระบายน้ำหรือนอกแนวกันคั้นน้ำพระราชดำรินั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำหรือฟลัดเวย์ รองรับน้ำจากพื้นที่ภาคเหนืออยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านจะมีวิธีเตรียมความพร้อมรับมือเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนมรสุมทุกปี โดยการบริหารจัดการน้ำนอกคันกันน้ำดังกล่าว กรมชลประทานจะเป็นผู้ดำเนินการผันน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีรายงานว่ากรมชลประทานทยอยพร่องน้ำออกจากพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถพร่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะพื้นที่จังหวัดนครนายกยังมีปริมาณมาก โดยกทม.ยังคงมั่นใจน้ำไม่ท่วมกรุงเทพมหานครแน่นอน หรือข้อกังวลว่าจะน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 นั้นเป็นไปได้ยาก