จากกรณีตำรวยฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม คุมตัวนายแอร์ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาวินจยย. ทำอนาจารเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ภายในห้องน้ำวัดออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำอนาจารเด็กฯ, พรากผู้เยาว์ฯ, หน่วงเหนี่ยวถูกกักขังฯ, เมาแล้วขับ, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ( กัญชา ) และข้อหาพาผู้เยาว์ไปเพื่อกระทำการอนาจาร ตามที่ได้เสนอไปนั้น
เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 21 กันยายน ที่สน.สายไหม ร.ต.อ.สาธิต เผ่าแก้ว รองสว.(สอบสวน) สน.สายไหม เจ้าของคดี ได้เบิกตัวนายแอร์ อายุ 40 ปี ออกจากห้องควบคุมตัวของสน. เพื่อนำไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพที่กระทำอนาจารภายห้องน้ำภายในวัดอยู่ดีบำรุงธรรม (วัดออเงิน) ถนนเพิ่มสิน แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้ให้นายแอร์ สวมหมวกกันน๊อคสีดำเต็มใบ พร้อมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในการทำแผนชี้จุด โดยมี พ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รองผกก.(สอบสวน)สน.สายไหม คอยควบคุมดูแลการชี้จุด
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัว นายแอร์ ไปชี้จุด 3 จุด โดยจุดแรกเป็นจุดที่จอดรถจยย.รับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายที่บริเวณหน้าโรงเรียน วัดเกาะสุวรรณาราม ซอยพหลโยธิน54/1 จุดที่ 2 จุดที่จับกุมนายแอร์ ได้บริเวณปากซอยพหลโยธิน54/1 ที่44-35 ขณะนายแอร์ ขี่รถจยย.หลบหนี โดยจุดดังกล่าวเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่สายตรวจ-ฝ่ายสืบสวน ระดมหาคนร้าย ตามรูปพรรณสัญฐานของคนร้าย หลังรับแจ้งจากพระว่า มีเหตุกระทำอนาจารเด็กภายในห้องน้ำของวัดอยู่ดีบำรุงธรรม (วัดออเงิน) กระทั่งพบตัวนายแอร์ ผู้ต้องหาที่จุดนี้ และจุดที่ 3 ภายห้องน้ำภายในวัดอยู่ดีบำรุงธรรม (วัดออเงิน) ถนนเพิ่มสิน แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. บริเวณห้องน้ำที่ 4 ด้านหลังศาลาเชิดชูชัย ที่ผู้ต้องหา อ้างว่าตัวเองปวดท้อง และมีการชักชวน ด.ญ.เอ เข้าไปภายในห้องน้ำ ภายในวัด ก่อนพระที่อยู่ภายในวัดจะเห็นเข้า และช่วยเหลือเด็กปลอดภัย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพนักงานสอบสวน ได้ ทำการสอบปากคำ นายแอร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา นายแอร์ ได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้พยายามจะก่อเหตุกระทำอนาจาร ด.ญ.เอ จริง แต่ยังไม่ได้ก่อเหตุ เพียงแค่พยายามที่จะถอดกระโปรงออกมาเท่านั้น และเด็กได้ร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนจะมีพระเข้าช่วยเหลือ ซึ่งก่อนหน้านี้นายแอร์ ได้ปฎิเสธว่าไม่ได้กระทำ กระทั่งฤทธิ์แอลกอฮอล์และฤทธิ์กัญชาที่เสพไปหมดก็ได้รับสารภาพว่า ได้กระทำจริง
สำหรับบรรยากาศการทำแผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวายใด มีเพียงประชาชนบางส่วนที่ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่จะนำตัว นายแอร์ มาชี้จุดทำแผนมายืนดูเท่านั้น ใช้เวลาทำแผน 30 นาทีจึงเสร็จสิ้น โดยขณะทำแผนชี้จุดนายแอร์ ไม่มีสีหน้าที่สะทกสะท้านแต่ประการใด และไม่มีการตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าว นอกจากนี้ตลอดการทำแผนเจ้าหน้าที่สายตรวจ และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม คอยดูแลความเรียบร้อย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัว นายแอร์ ไปฝากขังที่ศาลมีนบุรี โดยท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว

