นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 กันยายนว่า ตามที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และมูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ ได้ดำเนินการโครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียน ซึ่งเป็นการดำเนินการในโครงการ แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง นั้น ขณะนี้ทางบริษัทมติชนจัดส่งหนังสือไปยังโรงเรียนและหน่วยงานที่ต้องการครบจำนวน 1,000 แห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ โครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียนนี้เกิดขึ้นจากเจตนาของบริษัทมติชนที่ต้องการส่งเสริมการอ่าน โดยในปี 2561 ได้ประกาศให้โรงเรียนและหน่วยงานที่ต้องการหนังสือเข้าห้องสมุดเพิ่มเติมเขียนความประสงค์ส่งมาให้คณะกรรมการพิจารณา หลังจากคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรแล้วจะดำเนินการส่งหนังสือตามที่ได้จัดเอาไว้ส่งไปยังโรงเรียนและหน่วยงานดังกล่าว เพื่อนำหนังสือเข้าไปในห้องสมุดต่อไป สำหรับหนังสือที่จัดเตรียมไว้นั้นเป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์มติชน 10 เล่ม ต่อมาได้เพิ่มหนังสืออีก 5 เล่ม โดยมูลนิธิ ศ.ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ เพื่อส่งเสริมการอ่านได้มอบหนังสือให้อีก แห่งละ 2 เล่ม ทำให้มีหนังสือมอบให้โรงเรียนและหน่วยงานที่ต้องการแห่งละ 17 เล่ม
“ขณะนี้การพิจารณาและอนุมัติมอบหนังสือได้ดำเนินการเสร็จสิ้น โดยทางบริษัทมติชนดำเนินการจัดส่งไปตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 19 กันยายน 2561 ครบ 1,000 แห่ง ตามเป้าหมาย หวังว่าหนังสือที่ส่งไปจะมีส่วนทำให้เด็กนักเรียน เยาวชน รวมทั้งประชาชนที่ใช้ห้องสมุดได้อ่าน สร้างความบันเทิง และได้ความรู้” นายสมหมายกล่าว และว่า การส่งมอบหนังสือได้ดำเนินการ 3 ครั้ง ครั้้งแรกส่งมอบให้ 419 แห่ง ครั้งที่สองส่งมอบให้ 281 แห่ง และครั้งสุดท้ายส่งให้ 200 แห่ง รวมถึงหนังสือที่มอบให้ห้องสมุดกรมราชทัณฑ์อีก 137 แห่งด้วย สำหรับหนังสือที่มอบให้โรงเรียนต่างๆ ประกอบด้วย สถิตในใจชน พระจันทร์เรนเจอร์ เมล็ด ไข่ไก่ และเจ้าหญิงนิทรา (My) คือลมหายใจไม่ใช่อากาศ ซุนวู ฉบับการ์ตูน คำส่องใจ แมวน้อยอยากนิพพาน เก้าอี้สารพัดนึก 7 กฎเหล็กสู่ความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ชีวิต ไม่ทิ้งให้ว่างเปล่า โจเซฟ นิคแฮม ผู้ชาย ที่หลงรักเมืองจีน ปฏิบัติการกู้โลกร้อน 50 คนดังนอกตำรา พ่อแม่หมายเลข 1 50 สิ่งแรกในเมืองไทย เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียนนี้เป็นโครงการเฉพาะในปี 2561 ที่ดำเนินการภายใต้โครงการ แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทมติชนร่วมกับมูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ และหน่วยงานที่ให้ความสนใจจัดขึ้นในแต่ละปี อาทิ โครงการหาหนังสือดีเข้าห้องสมุดพร้อมปัญญา โครงการระดมทุนซื้อหนังสือดีเข้าห้องสมุด 250 โรงเรียน โครงการตู้อักษรซ่อนปัญญา โครงการช่วยโรงเรียน ไอซียู โครงการระดมทุนซื้อหนังสือช่วยน้ำท่วม โครงการฟื้นฟูคลองเปรมประชากร โครงการบูรณะศาลาการเปรียญไม้ วัดแก้วไพฑูรย์ เป็นต้น
นางพัชรินทร์ โรจนวิทย์ ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนกรับใหญ่ว่องกุศลกิจพิทยาคม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กล่าวว่า โรงเรียนได้รับหนังสือจากโครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียน ของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา 17 รายการ มีหลายประเภท เป็นหนังสืออ่านเพื่อส่งเสริมความรู้ในวิชาเรียนที่หลากหลายน่าสนใจ ปัจจุบันได้ลงทะเบียนและอยู่ในขั้นดำเนินการ จากนั้นจะนำออกให้บริการนักเรียนในภาคเรียนที่ 2 สำหรับหนังสือที่เด็กสนใจอ่านมากที่สุด คือวรรณกรรมเยาวชนแปลจากต่างประเทศที่ได้รางวัล หรือหนังสือประเภทส่งเสริมการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ตำราเรียน
“หนังสือที่ได้มาจากมติชนค่อนข้างหลากหลาย เด็กสนใจและมีประโยชน์แน่นอน โดยเฉพาะไอศกรีมประวัติศาสตร์แสนอร่อย หรือประเภทความรู้เสริมเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียน เด็กจะสนใจอ่านมากกว่าคู่มือสอบ หรือประวัติศาสตร์บุคคลสำคัญ ขอบคุณสำนักพิมพ์มติชนที่ทำโครงการนี้ ที่ผ่านมาโรงเรียนเคยได้รับมอบหนังสือจากมติชน 2 ครั้ง ในโครงการจุดประกายปัญญา ปี 2 และจุดประกายปัญญา ปี 3 โดยจุดประกายปัญญา ปี 2 ให้ครูบรรณารักษ์เขียนความจำเป็นในการขอรับบริจาคหนังสือ ซึ่งข้อเขียนของครูได้รับการคัดเลือก ส่วนจุดประกายปัญญา ปี 3 ให้นักเรียนเขียนถึงพ่อของตัวเอง ก็ได้รับรางวัลมาเช่นเดียวกัน และได้เดินทางไปรับรางวัลที่มติชนมาแล้ว”นางพัชรินทร์กล่าวว
นายสมคิด ไกรยสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากห้วยวังนอง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า โครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียน ที่โรงเรียนได้รับหนังสือมามีประโยชน์มากและจัดพิมพ์อย่างดี เป็นหนังสือที่ส่งเสริมการอ่าน ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมจินตนาการ โรงเรียนได้นำมาไว้ในห้องสมุดให้นักเรียนอ่าน ซึ่งนักเรียนก็สนใจ อยากให้ทำโครงการต่อเนื่องและขยายผลไปตามโรงเรียนต่างๆ มากๆ จะมีประโยชน์มากเลย เพราะหนังสือมีราคาแพง ขณะที่โรงเรียน ไม่ค่อยมีงบประมาณจัดซื้อ
“สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจากโครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียน จะเป็นการสะท้อน เชิญชวนให้เกิดวัฒนธรรมการ ให้ ที่ส่งไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ตอบโจทย์เรื่องการส่งเสริมและผลักดันวัฒนธรรมการอ่านได้เป็นอย่างดี หลายคนที่ประสบสำเร็จมักจะเป็นนักอ่านสร้างการอ่านให้เป็นนิสัย โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุน ส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์”นายสมคิดกล่าว
น.ส.สุปราณี สัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองนาง หมู่ 9 อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากโครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียนครบถ้วน และได้นำไปใช้ประโยชน์ในห้องสมุดของโรงเรียน ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดำริโครงการดีเช่นนี้มาช่วยเหลือโรงเรียน ส่งเสริมการศึกษา และปลูกฝังค่านิยมรักการอ่านหนังสือ ด้วยปัจจุบันเริ่มลดน้อยลง เพราะความเจริญทางเทคโนโลยีในด้านอื่นๆ
“โรงเรียนวัดหนองนางเป็นโรงเรียนขนาดเล็กระดับประถม สอนตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 หนังสือที่รับมาถือว่าเหมาะสมกับเด็กนักเรียนระดับชั้น ป.4-6 หรือสูงกว่านี้ เพราะเป็นหนังสือสำหรับการอ่าน หากเด็กเล็กกว่านี้มักชอบดูภาพมากกว่าอ่าน ดูภาพเพื่อแปลความหมาย และภาพเป็นตัวชักจูงให้อ่าน โรงเรียนมีแนวทางแก้ไขคือให้คุณครูอ่านและนำมาเล่าให้เด็กเล็กฟังแทน หากเป็นเด็ก ป.4-6 จะให้อ่านและให้สรุปเนื้อหาสาระที่สำคัญ เพื่อทวนการอ่าน และประเมินผลการอ่าน หากต่อไปจะขยายโครงการหรือเพิ่มโครงการ เสนอให้จัดหาหนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กอนุบาล-ป.4 ด้วย เพราะว่าเด็กตามชนบทกลุ่มนี้ทั่วประเทศมักเข้าไม่ถึงหนังสือประเภทนี้ ด้วยราคาแพง และมีขายในขอบเขตจำกัด หากเป็นเด็กในเมืองผู้ปกครองมีฐานะอาจเป็นเรื่องสะดวกที่จะซื้อหาให้ลูกได้ อย่างไรก็ตามนอกจากนี้เสนอให้ขยายโครงการออกไปทั้งจำนวนโรงเรียนและจำนวนหนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยต่างๆ” น.ส.สุปราณีกล่าว
นางอำไพ ลิ้มประสาท ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ดอนทราย ต.สระกระเทียม จ.นครปฐม กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากโครงการและให้ครูประจำห้องสมุดนำไปดำเนินการจัดระเบียนและโชว์ให้เด็กนักเรียน ครู และบุคลากรได้อ่านตามวัตถุประสงค์ของโครงการซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ดี
นางจอมใจ วงษ์สวรรค์ ครู โรงเรียนวัดใหม่ดอนทราย ครูประจำห้องสมุดโรงเรียนวัดใหม่ดอนทราย กล่าวว่า หนังสือที่โครงการให้มา ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเรื่อง มีตัวอักษรมาก สำหรับนักเรียนชั้นประถมต้น (อนุบาล-ประถม 4) ยังถือว่าเด็กอ่านยาก เพราะมีแต่ตัวหนังสือ ภาพประกอบน้อย อยากได้หนังสือนิทาน หรือหนังสือภาพ หนังสือเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ที่เหมาะกับเด็กอนุบาล-ประถม 4 ซึ่งส่วนใหญ่หนังสือเรื่องที่ได้มา ครูและบุคลากรเป็นคนอ่านมากกว่า ส่วนเด็กนักเรียนจะสนใจพจนานุกรม เพราะต้องใช้ในการสืบค้นและแปล

