ภาคประชาชนเรียกร้องผู้ว่าฯกทม. ยุติจ้างศึกษาออกแบบทางเดินเจ้าพระยา

22.04.16 | 18:09 น.

เมื่อวันที่ 22เมษายน ที่โรงแรมเอสดี อเวนิว เขตบางพลัด นายศรชัย โตวานิชกุล ผู้อำนวยการสำนักการออกแบบ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.)เป็นประธานการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่1 โครงการสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีรศ.สกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนเข้าร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโครงการที่กทม.ได้ว่าจ้างให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นที่ปรึกษางานสำรวจออกแบบและจัดทำแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 57 กิโลเมตร และทำการออกแบบเพื่อพัฒนาพื้นที่นำร่องสองฝั่งรวม 14 กิโลเมตร จากสะพานพระราม7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ภายใต้แนวคิดเจ้าพระยาเพื่อทุกคน (Chao Phraya for All) ด้วยการฟื้นฟูแม่น้ำพัฒนาภูมิทัศน์และทางเดิน-ปั่นจักรยานบางส่วนเลียบแม่น้ำ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแม่น้ำได้อย่างเท่าเทียม โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน หรือประมาณ 7เดือน โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาการศึกษาโครงการในเดือนกันยายน ในงานได้เปิดเวทีให้ภาคประชาชนแสดงความคิดเห็น

นายชัยพัฒน์ จันทร์วิไล ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยา ถือเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน การใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อนำมาสร้างทางจักรยานถือเป็นการใช้งบประมาณของรัฐอย่างไม่คุ้มค่า อีกทั้งรูปแบบของโครงการจะสร้างผลกระทบต่อสังคมในหลายด้าน ดังนั้นสิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการคือการให้ข้อมูลที่แท้จริงแก่ประชาชน เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ดำเนินโครงการแบบมัดมือชก ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมคิดเห็นใดๆในโรงการ

นายยศพล บุญสม แกนนำเครือข่ายกลุ่ม Friend of the river(FOR) ภาคประชาชนกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า เครือข่ายคนรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา เครือข่ายสมัชชาสุขภาพเพื่อการพัฒนาแม่น้ำอย่างยั่งยืน และเครือข่ายภาคประชาชนอื่นๆ จะยื่นหนังสือถึงม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เพื่อยุติโครงการดังกล่าว พร้อมยุติการว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการศึกษาโครงการ เพื่อเริ่มดำเนินโครงการใหม่ให้ถูกต้อง โดยใช้ระยะเวลาการศึกษาแบบไม่เร่งรัด และหวังผลการศึกษาที่แท้จริง ไม่ใช้รูปแบบที่ภาครัฐมีรูปแบบโครงการในใจอยู่แล้ว และมัดมือชกประชาชนดังเช่นที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้