จากกรณี หอระฆัง (เจดีย์ยักษ์) เก่าในยุครัชกาลที่ 3 ภายในวัดพระยาทำวรวิหาร ถ.อรุณอัมรินทร์ ทรุดตัวทับคนงานระหว่างงานซ่อมบูรณะจนได้รับบาดเจ็บ 8 ราย อาการสาหัส 3 ราย ก่อนจะพบผู้เสียชีวิตภายหลังอีก 1 ราย เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 26 กันยายน นางบุญทอง ยิ้มยวน อายุ 68 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ขณะเจดีย์ทรุดถล่มลง และผู้ที่อาศัยอยู่ในระแวกวัด เปิดเผยว่าขณะที่มีการบูรณะเจดีย์ ในช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน ได้มีการเตรียมการของทางผู้รับเหมาและกรมศิลป์ที่เข้ามาดูการสร้าง ซึ่งในวันที่ 25 กันยายนจะเป็นการยกเจดีย์ขึ้นสูง โดยจะใช้แรงงานคนยกเจดีย์ขึ้นและนำแฉลงเหล็กเสียบเข้าฐานด้านล่างหลังจากการให้สัญญาณและยกขึ้นพร้อมกัน ซึ่งจะยกฐานขึ้นเมื่อนับสัญญาณถึงเลข 30 แล้วยกขึ้น แต่เมื่อยกขึ้นแล้วเกิดเสียงดังสนั่น ส่วนบนเจดีย์หักโค่นลงด้านล่าง ตัวฐานด้านล่างทับคนงานที่ใต้ฐานเจดีย์ ผู้บาดเจ็บเป็นคนงานที่ร่วมกันยกซึ่งขณะนั้นอยู่ด้านล่าง และไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากตัวเจดีย์ค่อนข้างหนักและมีเหล็กที่ใช้เสียบใต้ฐานทับอีกชั้นหนึ่ง แต่เมื่อเกิดเหตุการ์ณขึ้น ชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนี้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บออกมาส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างการสร้างไม่มีการบรวงสรวงหรือพิธีการทางศาสนาใดๆเลย ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะไม่ได้มีการทำพิธีขอขมาจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่นายสุริยันต์ ทองสาย อายุ46 ปี ช่างเสื่อมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ญาติได้มาเชิญดวงวิญญาณ ญาติพูดว่า”เลิกงานแล้ว กลับบ้านได้แล้วเด้อ”
ขณะที่นางสนัย ทองสาย 47 ปี ภรรยาผู้ตาย กล่าวด้วยความเศร้าสลดว่า วันนี้จะทำพิธีเชิญวิญญาณสามี จากนั้นจะไปรับศพที่รพ.ศิริราช ก่อนจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบางประกอก เบื้องต้นทางต้นสังกัดรับปากจะดูแลค่าใช้จ่าย ตลอดจนการเยียวยาอย่างเต็มที่ ทั้งนี้มีทางมูลนิธิป่อเต็กตึ้งมอบเงินช่วยเหลือ 15,000 บาทแล้ว

