เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุมลิบง ศาลากลางจังหวัดตรัง ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์แก่สื่อมวลชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้เรียกผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาโยง เข้าชี้แจงความคืบหน้าคดีเผาเครื่องจักรยิงคนงานก่อสร้างเสียชีวิตและยิงพยานนายอำนวย เพชรรัตน์ พยานปากเอกของคดีเสียชีวิต ซึ่งปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ระดับบิ๊กตำรวจไม่มีใครเดินทางเข้ามาชี้แจงแต่อย่างใด เพียงส่ง พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เป็นตัวแทนมาชี้แจง ซึ่งทาง พ.ต.ท.ประเสริฐกล่าวว่าได้ทำการสอบสวนพยานไปแล้ว 37 ปาก ได้ร่วมกับทหารตรวจสอบเป้าหมายและตัวบุคคล 16 ปาก ซึ่งจากพยานหลักฐานสามารถออกหมายจับได้ 1-2 คน ส่วนประเด็นความขัดแย้งในครั้งนี้เกิดจากการเสียผลประโยชน์ในการรับเหมาก่อสร้าง
ทั้งนี้นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังกล่าวว่า อย่างที่ตนเคยกล่าวไว้ทางตำรวจเองคงไม่กล้าเสี่ยงเอาชื่อเสียงเกียรติภูมิเรื่องแพะก็ต้องไปว่ากันบนศาล ซึ่งตัวเราเองตัดสินไม่ได้ว่าใครแพะไม่แพะ อย่าด่วนตัดสิน การออกหมายจับครั้งนี้ถือว่าเราคลำมาถูกทางตลอด แต่เราต้องการให้คนที่ทำผิดได้มารับโทษอย่างแท้จริง ไม่ต้องการให้มีหลักฐานไม่พอฟ้อง สั่งไม่ฟ้องหรือว่ายกประโยชน์ให้จำเลยจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดตรัง
ในขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองตรังอีกครั้งเพื่อติดตามความคืบหน้า โดย พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวในรอบสัปดาห์นี้จะสามารถออกหมายจับคนร้ายคดีลอบเผาเครื่องจักรได้ สำหรับผู้ต้องสงสัยที่จะออกหมายจับเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกเชิญตัวเข้าค่ายทหารหรือไม่นั้นยังไม่พูดถึงในตอนนี้เพราะยังรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมยิงขึ้นซึ่งขอปิดไว้ก่อน สำหรับการออกหมายจับคนร้ายมีพยานบุคคลและพยานนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถสะเก็ตภาพตัวคนร้ายได้แล้ว ส่วนคดีนี้เป็นคดีที่มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่จริง ๆ แล้วคดีนี้เป็นความขัดแย้งโดยทั่วไป แต่คดีนี้เป็นความขัดแย้งเรื่องก่อสร้างถนนมันแคบขึ้นมาทำให้มันเกิดผลเสียในเรื่องภาพรวม ส่วนการมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีนี้ไม่คืบหน้าต้องให้ DSI หรือกองปราบเข้ามาดำเนินการต่อ มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความสามารถตอนนี้คดีคืบหน้าไปมากแล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการรวบรวมเท่านั้น คิดว่าไม่จำเป็นต้องส่งคดีต่อไปยังหน่วยอื่นเพราะการแสวงหาพยานก็ไปจากกลุ่มเดียวกัน ส่วนเรื่องที่ผู้ว่าฯ เรียกเข้าไปชี้แจงนั้นก็เป็นไปตามการแถลงในรอบสัปดาห์ถึงความคืบหน้าของคดี ซึ่งสัปดาห์นี้คาดว่าน่าจะออกหมายจับได้ 1-2 คน
ส่วนคดีบุกยิงพยานนายอำนวย เพชรรัตน์ในวัดนางหลาดจนเสียชีวิตนั้น เคยเชิญมาซักถามเป็นพยาน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีข้อมูลหรือไปพาดพิงถึงคนร้าย ซึ่งการเสียชีวิตก็ไม่เกี่ยวกับคดีนี้

