เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 กันยายน ที่สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) , พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. 1 , พ.ต.อ.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ,พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท. 2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ,พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท. เขมรินทร์ พิศมัย รองผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ แถลงผลการจับกุมชาวมาเลเซียที่รวมหัวกันหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นจำนวนมาก ทราบชื่อคือ นายลิม เย ฮอค สัญชาติมาเลเซีย และนายบูน เชง นัง สัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลางไอแพด 3 เครื่อง โทรศัพท์ 11 เครื่อง โน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 25 ใบ สมุดบัญชี 15 เล่ม โดยจับกุมได้บริเวณด่านสะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายซึ่งเป็นเภสัชกรว่า ถูกชายชาวต่างชาติลักษณะคล้ายคนจีนติดต่อมาพูดคุยกันทางแอพลิเคชั่นวีแชทเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน โดยชายชาวต่างชาติอ้างว่าตนเองประกอบอาชีพเป็นผู้จัดการฝ่ายลงทุนเกี่ยวกับตลาดหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของประเทศจีน ตลอดระยะเวลาที่พูดคุยกันผ่านแชตได้มีความรู้สึกชอบพอกัน และได้ชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปเป็นจำนวน 56 ครั้ง รวมเป็นเงิน 6,410,650 บาท ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป ต่อมาชุดสืบสวนได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายลิม เย ฮอค และนายบูน เชง นัง รวมถึง น.ส.ลี ฟอง แลน สัญชาติมาเลเซีย จึงได้ทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ขณะเตรียมการหลบหนี ขณะที่ น.ส.ลี ฟอง แลน อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เงินที่ผู้เสียหายโอนได้กระจายออกไป 40 บัญชี ซึ่งทำการอายัดเรียบร้อย ขณะนี้ชุดสืบสวนได้อยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสียหายอีก 3 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีลักษณะเดียวกัน ความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท โดยขอฝากไปยังประชาชนว่า ขบวนการโรแมนสแกรม หรือ แสร้งรักออนไลน์ มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน คือแสดงตัวเป็นบุคคลอื่นที่มีรูปร่างหน้าตา อาชีพ และประวัติดี ก่อนสร้างสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้เสียหายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ และทางโทรศัพท์ ก่อนจะหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแล้วฟอกเงินด้วยการแปลงเป็นทรัพย์สิน หรือโอนไปต่างประเทศ
“การจับเครือข่ายโรแมนซ์สแกรม ยากกว่าเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ เพราะเป็นการค่อย ๆ หลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อหลงรัก และมีผู้เสียหายมาแจ้งความน้อย หรือไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก ซึ่งฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโอนเงินให้ชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้ผ่านโซเชี่ยล การคบหากับชาวต่างชาติไม่ผิดแต่ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน และหากไม่แน่ใจสามารถขอคำแนะนำผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยวได้ที่ 1155” รอง ผบช.ทท. กล่าว
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินจริง โดยนายลิม เย ฮอค เป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชีส่วน นายบูน เชง นัง ทำหน้าที่ในการโอนเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

