หน้าแรก ในประเทศ รองผอ.อุทยานว...

รองผอ.อุทยานวิทย์ฯ ส่งจม.เปิดผนึกถึงอธิการม.นเรศวร ค้านยุบรวม-ชี้ผู้บริหารสอบตก

26.09.18 | 20:35 น.
ที่มาภาพ - www.agi.nu.ac.th

วันนี้ (26 ก.ย.) ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก Pakpoom Subsoontorn เป็นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยนเรศวร กรณียุบอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง (Sci.Park@NU) มีรายละเอียดระบุว่า

มีคำกล่าวว่า “Feedback is a gift: คำติชมคือของขวัญ” ของขวัญบางชิ้นอาจมีหีบห่อไม่งดงามแต่มันก็ยังคงมีคุณค่าต่อผู้รับ คำติชมอาจฟังไม่รื่นหูแต่มันคือสิ่งล้ำค่า คือกระจกเงาสะท้อนให้เรารู้จักและปรับปรุงตัวเอง

ผมในฐานะอาจารย์ผู้น้อยคนหนึ่งขอมอบจดหมายฉบับนี้เป็นของขวัญแด่ท่านอธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงเกียรติ จดหมายนี้เป็นความเห็นและคำติชมที่มีแต่ความปรารถนาดี ไม่ได้ประสงค์จะล่วงเกินท่านแต่อย่างใด หากอาจารย์ นิสิต หรือบุคลากรอื่นได้อ่านก็ขอให้ช่วยกันแบ่งปันต่อไปให้ถึงท่านและคนใกล้ตัวท่านด้วย เผื่อว่าท่านไม่มีโอกาสได้เห็นฉบับกระดาษ

จากกรณีที่สภามีมติเมื่อเดือนที่ผ่านมาให้ยุบรวมอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง (SciPark) สถานบ่มเพาะวิสาหกิจ (UBI) และสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศน์ภาคเหนือตอนล่าง (GISDA) รวมทั้งย้ายอาจารย์ทุกคนออกจากตำแหน่งบริหาร ผมเชื่อว่าท่านอธิการบดีและสภาอาจจะมีเจตนาดีต่อมหาวิทยาลัย แต่ผมเห็นว่าในฐานะผู้บริหารท่าน “สอบตก” และควรเร่งปรับปรุงตัวในสี่ประเด็นต่อไปนี้

1. เรื่องการบริหารแบบมีส่วนร่วม: การยุบรวมกอง ย้ายคน ย้ายงาน และปรับโครงสร้างครั้งนี้คิดและตัดสินกันในห้องปิดโดย “คณะกรรมการอาวุโส” ไม่กี่ท่านที่ไม่เคยได้มาสัมผัสหน้างานที่พวกเราทำ ไม่เคยลงมาพูดคุยถามความเห็นจากผู้ปฏิบัติงาน ไม่เคยรู้ปัญหาที่พวกเราเจอและความสำเร็จที่เราได้รับ ไม่เคยเปิดพื้นที่ให้เราได้อธิบาย แม้เราส่งเรื่องขอโอกาสชี้แจงต่อสภาแล้วเรื่องก็ยังเงียบหาย เราเป็นหน่วยงานที่ทำรายได้ให้มหาวิทยาลัยปีละหลายสิบล้านบาทและยังเติบโตขึ้นทุกปี เราตอบทุกKPIครบถ้วนทันเวลา และกำลังอยู่ระหว่างการผลักดันตัวให้เป็นSciParkแม่ข่ายภาคเหนือตอนล่างซึ่งจะสามารถดึงเงินลงทุนจากส่วนกลางมาให้มหาวิทยาลัยและพื้นที่อีกปีละกว่าร้อยล้านบาท ดังนั้นเราเชื่อว่าวิธีการบริหารและทำงานของเราที่ผ่านมาถูกต้องสมควรแล้ว ถ้าสภาและท่านอธิการคิดเห็นประการอื่น หรือมีแผนกลยุทธ์ที่ดีกว่านี้ก็ควรชี้แจงให้ชัดเจน และหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับพวกเราให้กระจ่างก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอะไร

Advertisement

2. เรื่องการใช้คนให้ถูกกับงาน: งานของ SciPark เป็นงานเชิงรุก ไม่ใช่งานเอกสารอย่างของกองส่วนใหญ่ ผู้บริหารSciParkที่เหมาะสมต้องอ่านนโยบายชาติให้ทะลุ คิดริเริ่มโครงการใหม่ๆได้ หาแหล่งทุนภายนอกเป็น สามารถสร้างความสัมพันธ์เจรจาต่อรองกับอาจารย์ ชาวบ้าน นิสิต ส่วนราชการ และเอกชนได้คล่องแคล่ว ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่ SciPark ส่วนภูมิภาคทั้ง13แห่งทั่วประเทศต่างมีคณาจารย์มากประสบการณ์เป็นผู้บริหาร การที่ท่านย้ายเจ้าหน้าที่สายสนับสนุนผู้ไม่เคยมีประสบการณ์เหล่านี้เลยมาเป็นผู้บริหารแบบกะทันหันจึงเป็นการใช้คนไม่ถูกงาน ยิ่งจะให้ผู้บริหารหน้าใหม่คนเดียวมาดูแลงานจากทั้ง SciPark, UBI และ GISDA ซึ่งเคยต้องใช้อาจารย์ผู้บริหารดูแลรวมถึงห้าคนยิ่งเป็นการไม่สมควร ผมไม่เคยมีอคติหรือดูแคลนความสามารถของพนักงานสายสนับสนุน แต่ผมเชื่อว่าผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและพื้นที่ควรเป็นเรื่องหลักที่เราต้องคำนึงถึง ถ้าสภาและท่านอธิการต้องการส่งเสริมพนักงานสายสนับสนุนที่ท่านเห็นว่ามีศักยภาพสูงจริงๆให้ขึ้นเป็นผู้บริหารก็ควรให้มาฝึกฝนเรียนรู้งานก่อนอย่างน้อย 1-2 ปีงบประมาณในฐานะผู้ช่วยผู้บริหารเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย

3. เรื่องการจัดการข้อมูลข่าวสาร: ทีมงานSciParkส่งเอกสารรายงานต่างๆทั้งฉบับย่อและฉบับเต็มให้สำนักงานอธิการบดีอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพยายามพูดเล่าเรื่องงานต่างๆที่เราทำให้ท่านทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ด้วยเหตุบางประการท่านยังคงแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง จากการพูดคุยเบื้องต้นผมพบว่าระบบการจัดการข้อมูลข่าวสารของท่านยังมีปัญหา เช่น ท่านยังคงเข้าใจผิดว่าหน่วยงานเรามีเงินหมุนเวียนปีละแค่สองสามล้านบาท (แท้จริงแล้วอยู่หลักหลายสิบล้านบาทและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ท่านยังคงติดกับข่าวลือว่าเราไม่ยอมร่วมมือกับคณะต่างๆ (แท้จริงแล้วเราทำงานกับอาจารย์และนิสิตทุกคณะ) หรือที่ว่าเราเก็บค่าใช้สถานที่และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์แพงเกินอาจารย์จะใช้ได้ (แท้จริงแล้วเรายังไม่เคยเก็บ ถ้าจะเก็บก็ต้องเก็บตามนโยบายมหาวิทยาลัย) ฯลฯ ผมขอแนะนำให้ท่านจัดลำดับข้อมูลข่าวสารให้ดีว่าสิ่งนั้นๆสำคัญแค่ไหน ด่วนแค่ไหน มีที่มาที่ไปชัดเจนหรือเป็นเพียงข่าวลือให้ร้าย

4. เรื่องวิสัยทัศน์ด้านการบริหารการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม: ท่านยังคงติดกับภาพที่ว่าอาจารย์มีหน้าที่หลักคือสอนกับทำผลงานทางวิชาการ การทำงานเอกชนเป็นเรื่องควรระแวงระวัง ส่วนการที่อาจารย์ไปสร้างกิจการเองถือเป็นเรื่องผิด ท่านยังไม่รู้ว่าการให้อาจารย์กลับไปอยู่แต่ในคณะตัวเองเป็นเรื่องล้าสมัยแล้วในยุคนี้ ท่านยังไม่เข้าใจการเชื่อมโยงภาพระหว่างยุทธศาสตร์ชาติ ท้องถิ่น ระบบการศึกษา และ ความสำคัญSciParkส่วนภูมิภาค ท่านยังไม่ตระหนักว่าการปรับโครงสร้างแบบไม่คิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะทำให้มหาวิทยาลัยและพื้นที่เสียโอกาสมูลค่านับร้อยล้านบาท ผมคิดว่าท่านในฐานะผู้บริหารมีความรับผิดชอบที่ต้องตามโลกให้ทันหรืออย่างน้อยก็ปล่อยให้คนที่ตามทันได้ทำงานอย่างอิสระ หน่วยงานไหนที่ผลงานดีอยู่แล้วผมแนะนำว่าท่านไม่ควรไปรบกวนการทำงานของเขา ท่านเพียงแค่ช่วยเขาคิดตั้งเป้าหมายท้ายสุดให้เป็นประโยชน์และน่าท้าทาย สนับสนุนเขาให้เติบโตยิ่งขึ้น แล้วก็แค่รอเก็บเกี่ยวดอกผลที่จะออกมาให้แก่มหาวิทยาลัยและประเทศของเรา แบบนี้คนทำงานจะสบายใจและท่านก็จะไม่ต้องเหนื่อยมากอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ผมจะไม่ถือโทษท่านในสิ่งที่เกิดไปแล้ว ผมเชื่อว่าคนเราต่างผิดพลาดกันได้ทุกคน สำคัญคือผิดแล้วยอมรับหรือไม่ ตั้งใจแก้ไขและปรับปรุงตัวได้ขนาดไหน ผมเชื่อว่าความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่งหรืออายุแต่วัดกันที่วิสัยทัศน์และความใจกว้างยอมรับฟังความเห็นแบบไม่กลัวเสียหน้า ผมเชื่อว่าท่านสามารถทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมยินดีช่วยเหลือท่านและงานของมหาวิทยาลัยเสมอตราบที่โอกาสจะเอื้ออำนวย

ผมขออภัยที่จดหมายนี้อาจดูผิดมารยาทตามธรรมเนียมไทยไปบ้าง ผมเพียงแต่อยากช่วยสร้างวัฒนธรรมที่ผู้น้อยกล้าเปิดอกทักท้วงเมื่อผู้ใหญ่ทำพลาด ไม่ใช่เอาแต่พยักหน้ารับคำสั่งแล้วก็แค่ไปพร่ำบ่นนินทาลับหลัง ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายก็ต้องการให้เกิดวัฒนธรรมแบบนี้ในสังคมเราเช่นกัน

ด้วยความเคารพอย่างสูง