เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.ข้าวหอม (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวนนทบุรี พร้อมผู้เสียหายอีกกว่า 30 คน เดินทางเข้าแจ้งความผ่าน พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ศิริพากษ์ รอง ผกก.2 บก.ปอท. , พ.ต.ท.เมธี เลาหะเมธี สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. เพื่อเอาผิดกับเจ้าของเฟซบุ๊ก“ต้นเงิน Packgage” ที่หลอกทำงานหารายได้เสริม ด้วยการคัดแยกสินค้าประเภทยางรัดผมโดยให้โอนเงินมัดจำค่าสินค้า ก่อนจะเชิดเงินหนีหายไป รวมมูลค่าความเสียหายกว่าหลายล้านบาท โดยนำหลักฐานเป็นหน้าเพจเฟซบุ๊กพร้อมข้อมูลติดต่อที่อยู่ เลขที่ 801/2 ม.9 ถ.มิตรภาพ ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย
น.ส.ข้าวหอม กล่าวว่า ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา พวกตนเห็นประกาศรับสมัครอาชีพเสริมจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ต้นเงิน Packgage” ซึ่งระบุมีงานให้เลือกทำหลากหลาย เช่น แยกสีหนังยางรัดผมขนาดเล็ก และใหญ่ หรือ งานกิฟต์ช็อป ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายมักจะทำงานอยู่บ้านเลี้ยงลูก ต้องการหารายได้เสริม เมื่อพวกตนเห็นการโพสต์หลักฐานโอนเงิน การส่งของ และมีลูกค้าเข้าไปพูดคุยกันอย่างน่าเชื่อถือบนหน้าเพจ จึงสมัครไปรับงานมาทำกันที่บ้าน โดยพวกตนจะต้องโอนเงินไปเป็นค่ามัดจำอุปกรณ์สินค้าก่อนจำนวน 400 บาท จากนั้นทางร้านก็จะส่งสินค้า เช่น หนังยางรัดผมคละสีมาให้ 1 ถุงใหญ่ ให้พวกตนแยกแต่ละสีไปบรรจุถุงแล้วส่งกลับคืนร้าน จะได้ราคาชุดละ 1,000 บาท ทั้งนี้ หากลูกจ้างรายใดทำยอดครบ 50 ชุด ร้านต้นแพคเกจยังประกาศจะมอบทองคำหนัก 0.6 กรัมเป็นโบนัสด้วย
น.ส.ข้าวหอม กล่าวว่า เมื่อตนทำตามขั้นตอนที่ทางร้านระบุไว้และส่งสินค้ากลับคืนไป กลับไม่มีการโอนเงินค่าทำงานรวมทั้งค่ามัดจำสินค้าคืนมา อย่างไรก็ตามตนไม่สามารถติดต่อร้านดังกล่าวได้ โดยตนได้รับแจ้งมาอีกว่า เจ้าของร้านต้นเงินที่ จ.หนองคาย ได้ปิดหน้าร้านหลบหนีไปแล้ว จึงรวมตัวกันมาแจ้งความที่ บก.ปอท. ในวันนี้
เบื้องต้น พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ชี้แจงต่อผู้เสียหายก่อนจะให้พนักงานสอบสวน แบ่งผู้เสียหายออกเป็น 2 กลุ่ม เนื่องจากมีพฤติกรรมต่างกัน บางรายมีลักษณะเข้าข่ายเรื่องผิดสัญญา จึงต้องไปฟ้องร้องทางแพ่งต่อศาล ส่วนรายที่เข้าข่ายฉ้อโกงจะรับไว้ตรวจสอบดำเนินการต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ในฐานะ รองโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า เบื้องต้น คดีดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) และบางรายอาจจะเข้าข่ายความผิดเรื่องของการฉ้อโกงประชาชน โดยขอเตือนประชาชนที่สนใจอยากสมัครรับงานมาทำที่บ้าน ให้ตรวจสอบทั้งชื่อคนรับสมัคร เจ้าของกิจการ โรงงาน บริษัทห้างร้าน ผ่านการค้นหาทางกูเกิ้ล หากพบว่ามีข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากลก็ขอให้หลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

